เธอกะพริบขนตายาวสั่นระริก ความง่วงงุนในหัวสลายไปกว่าครึ่ง
ใบหน้าคมคายได้รูปของชายหนุ่มอยู่ใกล้เพียงเอื้อม คนที่เข้ามาไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเฟิงอวี้
เมิ่งฝูกะพริบตาปริบ ๆ นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาที่นี่
เธอส่งเสียงอู้อี้สองครั้ง เฟิงอวี้จึงคลายมือออก “ขอโทษ”
เดิมทีเขาแค่คิดจะช่วยดึงผ้าห่มให้เธอ ไม่คิดว่าจะไปโดนริมฝีปากเข้า
ก่อนออกไป สวี่เนี่ยนปิดไฟในห้องให้หมดอย่างใส่ใจ ตอนนี้เมิ่งฝูเปิดโคมติดผนังดวงเล็กข้างหัวเตียง ร่างน้อยยังซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม เสียงอู้อี้ถามว่า “คุณมาที่นี่ได้ยังไง”
เฟิงอวี้ล้วงมือลงกระเป๋ากางเกงข้างหนึ่ง ปลายนิ้วยังหลงเหลือไออุ่นจากตัวเธออยู่เล็กน้อย
ดูเหมือนจะร้อนกว่าปกติ
เขาพูดเสียงทุ้ม “คุณไม่ตอบข้อความผม”
“……”
เมิ่งฝูเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ ยื่นมือออกมาควานหาโทรศัพท์ใต้หมอน
นอกจากข้อความก่อนหน้านี้ตอนอยู่บนรถบัส เขายังส่งข้อความมาอีกหลายข้อความ
ถามว่าเธอหิวหรือยัง
ตอนออกเดินทางเมื่อเช้า เธอรีบร้อนมากจนแทบไม่ได้กินมื้อเช้า ไม่นึกเลยว่าเฟิงอวี้จะยังจำเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ได้
ก่อนมาที่ห้องเธอ เขายังส่งข้อความมาบอกเป็นพิเศษ แต่เธอไม่ได้อ่านข้อความเลย
โรงแรมแห่งนี้เป็นกิจการในเครือตระกูลเฟิง หากเขาอยากเข้ามา ย่อมไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ตอนนี้เมิ่งฝูไม่มีอารมณ์จะพูดมากนัก จึงขานรับเสียงแผ่ว ก่อนสอดโทรศัพท์กลับใต้หมอน
“ฉันกำลังนอนอยู่ ก็เลยไม่ได้ดูโทรศัพท์”
ความหมายก็คือ ตอนนี้เขาเห็นเธอแล้ว จะกลับไปก็ได้
