เธอหลุดปากตอบถูกเสียอย่างนั้น
แต่ยังไม่ทันถึงหนึ่งวินาที เธอก็รีบปฏิเสธความคิดนั้นทันที
“ฉันคิดมากไปเอง คุณเฟิงจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ถ้าเขาอยู่จริง เดี๋ยวฉันเดินกลับหัวออกไปเลย”
เมิ่งฝู “...”
สวี่เนี่ยนพึมพำกับตัวเองไปเรื่อย พลางตบศีรษะตัวเองเบา ๆ
กลิ่นหอมโทนไม้ในอากาศจางมาก ไม่นานก็สลายไปจนไม่เหลือกลิ่น
หลังมีเสียงดังมาจากทางตู้เสื้อผ้า ทุกอย่างก็เงียบสนิท เสียงเมื่อครู่กะทันหันเสียจนเหมือนเธอหูฝาดไปเอง
สวี่เนี่ยนย้อนกลับมาเพราะนึกขึ้นได้ว่าต้องเอาหมวกกับสเปรย์กันแมลง
บริเวณนี้อยู่ติดภูเขา ย่อมหนีไม่พ้นแมลงกัดต่อย ยุงในป่าร้ายกว่ายุงในเมืองมาก หากถูกกัด ไม่นานก็จะบวมเป็นปื้นแดงขนาดใหญ่ ทั้งคันทั้งเจ็บ
เมื่อครู่ในกลุ่มพวกเธอมีหลายคนถูกยุงกัด รอยบวมแดงขึ้นเร็วอย่างน่ากลัว
พอนึกได้ว่าตัวเองกลับมาเอาของ
สวี่เนี่ยนจึงไม่ได้รบกวนนานนัก
“เมิ่งฝู เธอรีบพักผ่อนนะ ฉันไปก่อนล่ะ”
สวี่เนี่ยนเก็บของใส่กระเป๋าแล้วไม่รั้งอยู่ต่อ ก่อนเดินออกไปอีกครั้ง
เมื่อเห็นประตูห้องปิดลง เมิ่งฝูก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เอนตัวหงายหลังลงนอนบนเตียงนุ่ม
ตอนสวี่เนี่ยนพูดประโยคนั้นเมื่อครู่ เธอตกใจจนหัวใจแทบหยุดเต้น
นอนไปได้สามวินาที เธอก็นึกขึ้นได้อย่างฉับพลัน
เฟิงอวี้ยังถูกเธอขังไว้ในตู้เสื้อผ้าอย่างไม่ไยดี!
เมิ่งฝูยันมือกับขอบเตียง รีบลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันเดินไปถึงตู้ ประตูตู้เสื้อผ้าก็ค่อย ๆ ถูกดันเปิดจากด้านใน
ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มเบียดอยู่ตรงมุมตู้เสื้อผ้าอย่างน่าสงสาร ขาทั้งสองข้างเหยียดไม่ออก ต้องหุบเข้าหากันและงอไว้
