หวังฉีมองเปลวไฟมหึมาที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มือพลันยกขึ้นกุมท้องโดยไม่รู้ตัว ดีที่เธอไหวตัวทันหนีออกมาได้
แต่คนรวยในฮ่องกงยุค 90 นี่ทำอะไรกันได้ใจขนาดนี้เลยเหรอ!
หวังฉีเดินไปเรียกรถริมถนน แล้วมุ่งหน้าไปยังโรงแรมลี่จิง แม้โรงแรมห้าดาวในยุคนี้จะเทียบกับโรงแรมทันสมัยที่มีเทคโนโลยีครบครันในภายหลังไม่ได้ แต่ในฮ่องกงเวลานี้ก็ยังนับว่าเป็นโรงแรมชั้นนำแห่งหนึ่ง
เธอตั้งใจพักที่นี่สักคืน พอทำความเข้าใจสถานการณ์ในยุคนี้ได้คร่าว ๆ แล้ว ค่อยออกจากฮ่องกงมุ่งหน้าไปยังแผ่นดินใหญ่
เธอมีเงินติดตัว จึงไม่คิดจะทำให้ตัวเองลำบาก หลังจากจองห้องชุดประธานาธิบดีของโรงแรมแล้ว เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานในใจ เธอก็นำเครื่องประดับไปเก็บไว้ในตู้เซฟ ก่อนจะหยิบการ์ดใบนั้นที่หลินเฉินทิ้งไว้ให้ แล้วเดินทางไปยังร้านอัญมณีชื่อดังแห่งหนึ่งในฮ่องกง
คนที่ทำงานในร้านอัญมณีล้วนตาแหลมและรู้จักสังเกต แค่ลูกค้าเดินเข้าร้าน พนักงานขายที่มีประสบการณ์ก็ประเมินฐานะของคนคนนั้นได้ทันที
ดังนั้นเมื่อเห็นหวังฉีสวมชุดราตรีรุ่นลิมิเต็ดจากแบรนด์ระดับโลก และสวมต่างหูเพชรมูลค่ากว่าหนึ่งแสนหยวน พวกเขาก็รีบเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น
หวังฉีไม่ได้แปลกใจกับท่าทีของพวกเขา ตรงกันข้าม ท่าทีเช่นนี้ทำให้เธอนึกถึงสมัยที่เธอเป็นผู้จัดการแผนกต้อนรับของโรงแรมห้าดาวในชาติก่อน ซึ่งคุ้นเคยเป็นอย่างดี
“รบกวนช่วยหยกที่ดีที่สุด หยกคุณภาพธรรมดา แล้วก็หยกราคาถูกที่สุดมาให้ฉันดูหน่อยค่ะ”
พนักงานหญิงเหลือบมองผู้จัดการอย่างสงสัย ไม่เคยมีลูกค้าคนไหนขออะไรแปลก ๆ แบบนี้มาก่อน
ผู้จัดการปรายตามองเธอ แล้วผงกศีรษะเป็นเชิงให้รีบไป ตราบใดที่ขายสินค้าได้ ลูกค้าต้องการอะไรพวกเขาก็พร้อมสนอง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหญิงสาวหน้าตาสะสวยตรงหน้าที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นลูกค้ารายใหญ่
“คุณผู้หญิง ขอทราบนามสกุลได้ไหมครับ”
“แซ่หวังค่ะ”
“คุณหวัง นอกจากหยกแล้ว สนใจดูอย่างอื่นด้วยไหมครับ ที่ร้านเรามีเพชรจากแอฟริกา ไพลินจากออสเตรเลีย แล้วก็ทับทิมชั้นเลิศด้วยครับ!”
“งั้นเอามาให้ฉันดูพร้อมกันเลยค่ะ”
“ได้ครับ!” ผู้จัดการเผยรอยยิ้มกว้าง ดูท่าวันนี้ยอดขายคงไม่ต้องห่วงแล้ว!
เขารีบให้พนักงานเชิญหวังฉีไปยังเขตรับรองแขกพิเศษ จากนั้นก็นำหยกคุณภาพต่าง ๆ ที่หวังฉีต้องการ รวมถึงอัญมณีที่เขาเพิ่งเอ่ยถึงมาวางตรงหน้าเธอ
หวังฉีหยิบกำไลหยกมรกตราคาหลายแสนขึ้นมาก่อน แทบจะทันทีที่วางลงบนมือ ความร้อนระอุก็แผดเผาจนเธอเกือบโยนกำไลทิ้ง ผู้จัดการกับพนักงานที่ยืนข้าง ๆ ตกใจจนแทบห้ามตัวเองไม่ให้พุ่งเข้าไปแย่งกำไลจากมือเธอ
โชคดีที่หวังฉีวางกำไลกลับคืนได้โดยไม่เป็นอะไร
ทุกคนที่อยู่ข้าง ๆ ต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก
หวังฉีลองสัมผัสเครื่องประดับหยกและอัญมณีชนิดอื่น ๆ อีก ราคายิ่งแพง อุณหภูมิที่เธอสัมผัสได้ตอนถือไว้ก็ยิ่งสูง ส่วนของที่ราคาถูกกว่า มือขวาของเธอก็รับรู้ได้ถึงอุณหภูมิที่ต่ำลง
เมื่อได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ มือขวาของหวังฉีซึ่งสัมผัสอุณหภูมิของอัญมณีและหยกได้ก็สั่นระริก เธอทำได้เพียงแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง แล้วใช้มือซ้ายกุมมือข้างนั้นไว้
สรุปว่าตอนนี้เพราะทะลุเข้ามาในนิยาย เธอเลยได้สูตรโกงที่ช่วยให้ประเมินสมบัติได้ใช่ไหม!
แม้ในใจจะยินดีจนแทบคลั่ง แต่สีหน้าของหวังฉีกลับไม่แสดงออก เธอมองอัญมณีบนโต๊ะอย่างเฉยเมยแล้วพูดว่า “ของพวกนี้ก็ใช้ได้ค่ะ แต่รูปแบบค่อนข้างล้าสมัยไปหน่อย”
หวังฉีนึกถึงเรื่องการพนันหยกที่แขกวีไอพีของโรงแรมในชาติก่อนเคยพูดถึง จึงเงยหน้ามองผู้จัดการร้านอัญมณีหลงเฟิ่งอย่างไม่แสดงอาการ แล้วเอ่ยว่า “ฉันได้ยินมาว่าร้านอัญมณีหลงเฟิ่งรับทำเครื่องประดับตามสั่ง”
ผู้จัดการยิ่งยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ใช่ครับคุณหวัง แบบสั่งทำ ลูกค้าจะนำแบบมาเองก็ได้ หรือจะนำหยกดิบหรืออัญมณีดิบมาให้ทางร้าน แล้วให้ช่างออกแบบของเราออกแบบและทำให้ก็ได้ครับ”
หวังฉีพยักหน้า พูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “ก่อนหน้านี้คุณหยางเคยเล่าให้ฟังว่า ร้านอัญมณีหลงเฟิ่งมีสถานที่ให้ลูกค้าเล่นพนันหยกโดยเฉพาะ ฉันอยากไปดูหน่อยค่ะ”
สีหน้าผู้จัดการชะงักไป เขาเม้มริมฝีปาก หวังฉียิ้มแล้วถามว่า “มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”
ผู้จัดการส่ายหน้า “ไม่มีครับ เพียงแต่สินค้าล็อตใหม่จะมาถึงพรุ่งนี้เช้า พรุ่งนี้ช่วงบ่ายจะมีงานเชิญลูกค้าไปเล่นพนันหยก ถ้าคุณหวังสนใจ ผมพาไปได้ครับ”
“ได้ค่ะ” หวังฉีนัดเวลากับผู้จัดการว่าจะไปสนามพนันหยกด้วยกันในวันพรุ่งนี้ แล้วสะพายกระเป๋าเดินออกจากร้านหลงเฟิ่ง
ตอนเดินออกมา หวังฉีนึกถึงสายตาของผู้จัดการตอนนั้น จึงถอดต่างหูเพชรออกจากหู พอวางมันลงบนมือขวา ต่างหูก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย แต่หวังฉีกลับทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร แล้วยิ้มพลางกำมันไว้แน่น
มีสูตรโกงติดตัวแบบนี้ อย่างน้อยก็ช่วยให้เธอมีหลักประกันในโลกนิยายแห่งนี้
หวังฉีเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของมือขวาตอนเข้าไปหยิบเครื่องประดับที่หลินเฉินมอบให้เจ้าของร่างเดิมในบ้านหลังเล็กสไตล์ตะวันตก แต่หลังจากได้ลองหยิบจับหยกและอัญมณีหลากคุณภาพในร้านหลงเฟิ่ง เธอจึงมั่นใจได้จริง ๆ ว่ามือขวาของเธอมีความสามารถในการประเมินสมบัติ
ในเมื่อมีสูตรโกงเล็ก ๆ ติดตัว แถมยังรู้เรื่องการเล่นพนันหยกอยู่แล้ว หวังฉีย่อมไม่ปล่อยโอกาสนี้ไป เธออยากลองด้วยตัวเองดูว่าเมื่อเป็นหินหยกดิบ ความสามารถพิเศษของเธอจะใช้ได้ผลหรือไม่
ขณะหวังฉียืนรอรถแท็กซี่ริมถนน จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงปืนดังระรัวมาจากที่ไกล ๆ เธอเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อ เพราะในยุคที่เธอใช้ชีวิตอยู่ การไล่ล่ายิงต่อสู้กันแบบนี้มีให้เห็นแค่ในหนังฮ่องกงเท่านั้น
จู่ ๆ เธอก็นึกอะไรขึ้นมาได้ แล้วเม้มมุมปากอย่างหงุดหงิด หนังฮ่องกงที่เต็มไปด้วยฉากยิงต่อสู้เหล่านั้น ไม่ได้เกิดขึ้นในฮ่องกงยุค 90 หรอกหรือ!
ผู้คนรอบข้างพอได้ยินเสียงก็แตกตื่นวิ่งหนีกันไปคนละทิศละทาง หวังฉีเองก็รีบเปิดประตูรถแท็กซี่ที่จอดอยู่ข้างตัว เตรียมหนีออกจากที่อันตรายแห่งนี้
แต่ขณะที่เธอกำลังจะปิดประตูรถ จู่ ๆ ก็มีคนกระชากมันเปิดจากด้านนอก ชายร่างสูงผอมสวมเสื้อไหมพรมคอเต่าสีเทาปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง ด้านนอกคลุมทับด้วยเสื้อโค้ตสีดำ พรวดเข้ามาในรถ เขาปิดประตูแล้วชักปืนออกจากอก จ่อไปทางคนขับที่กำลังตกใจจนเซถลา พลางสั่งว่า “รีบขับรถ!”
“ได้ ได้ครับ!” คนขับถูกปืนข่มขู่ จึงเหยียบคันเร่ง รถทั้งคันพุ่งออกไปประหนึ่งลูกธนูหลุดจากสาย
หวังฉีขยับไปชิดอีกฝั่งเงียบ ๆ มือทั้งสองข้างยกขึ้นปกป้องท้องโดยไม่รู้ตัว กลิ่นคาวเลือดเข้มข้นเริ่มคละคลุ้งไปทั่วรถ
หวังฉีกำลังจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋า ก็ได้ยินชายที่นั่งข้าง ๆ ข่มขู่ว่า “อย่าขยับ”
“คุณเลือดออก ฉันจะหยิบกระดาษให้ค่ะ”
เหตุผลจริง ๆ คือไม่รู้ว่าเพราะตั้งครรภ์หรือเปล่า ตอนนี้เธอได้กลิ่นคาวเลือดแล้วรู้สึกอยากอาเจียน
น้ำเสียงของหวังฉียังสงบนิ่งพอควร ชายคนนั้นจึงมองเธอด้วยความประหลาดใจอยู่บ้าง เพราะผู้หญิงที่เจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วยังใจเย็นมีน้อยมาก
อีกอย่าง...ตอนหวังฉีตอบอย่างรีบร้อน เธอไม่ได้พูดภาษากวางตุ้ง แต่พูดภาษาจีนกลาง
“คุณมาจากแผ่นดินใหญ่เหรอ”
หวังฉีพยักหน้า เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ห้ามอีก จึงหยิบกระดาษทิชชูสองห่อจากกระเป๋าส่งให้
ชายคนนั้นรับทิชชูจากมือหวังฉี แล้วเช็ดรอยเลือดที่เผลอหยดลงบนเบาะเมื่อครู่ เขาหันกลับไปมองด้านหลัง เห็นรถเก๋งสีดำสองคันกำลังไล่ตามมาอย่างกระชั้นชิด
“ถึงทางเลี้ยวข้างหน้าแล้วจอดให้พวกเราลง จากนั้นคุณขับต่อไปทางสะพานข้ามแม่น้ำให้เร็วที่สุด” เขาพูดพลางข่มขู่ว่า “คุณคงไม่อยากถูกคนแก๊งชิงปังจับได้หรอกนะ!”
“แก๊งชิงปัง!” คนขับแท็กซี่ได้ยินสองคำนั้นก็แทบร้องไห้ “ผะ...ผมเข้าใจแล้วครับ”
รถแท็กซี่เลี้ยวแล้วจอดริมถนนอย่างกะทันหัน ตอนลงจากรถ ชายคนนั้นกระชากหวังฉีลงไปด้วย จากนั้นแท็กซี่ก็พุ่งจากไปอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาที
หลังลงจากรถ ชายคนนั้นถอดเสื้อโค้ตสีดำโยนทิ้งไว้ในมุมหนึ่ง เหลือเพียงเสื้อไหมพรมคอเต่าสีเทาตัวหลวม เขาโอบไหล่หวังฉีแล้วพิงกำแพง ก้มหน้าลงคล้ายกำลังกระซิบกับคนรัก
รถเก๋งสีดำสองคันแล่นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตามด้วยอีกสี่คัน หลังจากรออยู่ราวสิบนาที ในที่สุดบริเวณโดยรอบก็กลับสู่ความสงบ
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา มีแผลเป็นตรงหางคิ้ว ยื่นมือเชยคางหวังฉีที่ยังเต็มไปด้วยความระแวดระวังขึ้น มองใบหน้างดงามชวนใจหวั่นไหวของเธอ แล้วพูดภาษาจีนกลางพร้อมรอยยิ้มว่า “คนสวย ช่วยผมหน่อย”
