เมื่อเห็นภาพนั้น ฉีเติ่งเสียนก็อดขมวดคิ้วไม่ได้
“ฉีเติ่งเสียน ไอ้คนไร้ค่า แกหายหัวไปไหนมา เมิ่งเมิ่งเจอเรื่องอันตรายขนาดนี้ แกกลับหลบหัวซุกอย่างกับเต่าขี้ขลาดเนี่ยนะ!” พอผังซิ่วอวิ๋นเห็นฉีเติ่งเสียนก็โมโหจนควันออกหู ตวาดใส่อย่างเกรี้ยวกราด
ฉีเติ่งเสียนไม่ได้พูดอะไร เพียงมองจางเช่าเจี๋ยอย่างเรียบนิ่ง ถามว่า “เกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณชายจางถึงมาอยู่ที่นี่”
ผังซิ่วอวิ๋นตวาดเสียงดัง “แกยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ!”
“เมื่อวานเมิ่งเมิ่งไปทวงหนี้กับอวี๋ไคเหอแห่งสภาการค้ามังกรดำ แต่ถูกมันมอมเหล้า กรอกเหล้าฝรั่งเข้าไปตั้งขวดนึงแน่ะ!”
“ถ้าไม่ใช่เพราะคุณชายจางมาเจอเข้าและช่วยเมิ่งเมิ่งกลับมาได้ทันเวลา ไม่รู้ว่าเธอจะเป็นยังไงไปแล้ว!”
เฉียวกั๋วเทาที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็มีสีหน้าบึ้งตึง แววตามองฉีเติ่งเสียนก็มีความไม่พอใจอยู่เล็กน้อย
เฉียวกั๋วเทาพูดด้วยน้ำเสียงเครียด “เติ่งเสียน ในเมื่อฉันฝากชิวเมิ่งให้แกดูแล แกก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่นี้สิ”
จางเช่าเจี๋ยรีบยิ้มพูดแทรกขึ้น “คุณลุง คุณป้า พวกท่านไม่ต้องเกรงใจกันเลยนะครับ ผมกับชิวเมิ่งเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน นี่คือสิ่งที่ผมควรทำอยู่แล้ว!”
“แล้วก็ การที่พวกท่านเอาแต่ตำหนิคุณฉีก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ ยังไงเขาก็เป็นแค่ผู้คุม ไม่ว่าจะออกหน้าไปก็คงไม่ค่อยมีประโยชน์อะไรหรอก”
“เรื่องช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ แค่นี้ พวกท่านอย่าได้พูดถึงมันซ้ำๆ เลยครับ ผมเกรงใจแย่”
