ยามค่ำคืน ณ เขตใจกลางดาวเมืองหลวง คฤหาสน์ตระกูลตู้
ต่างจากบรรยากาศเย็นเยียบในโรงพยาบาล ที่นี่สว่างไสวและหรูหราตระการตา
แสงจากโคมระย้าคริสตัลขนาดใหญ่ส่องประกายระยิบระยับราวกับเพชรเม็ดเล็ก ๆ ท่วงทำนองไวโอลินแสนไพเราะล่องลอยอยู่ในอากาศ
แขกเหรื่อแต่งกายหรูหราเดินขวักไขว่ ชนแก้วร่ำสุรากันอย่างครึกครื้น
ลู่เฮ่อหรานสวมชุดราตรีสีดำสนิทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ปลดกระดุมตรงคอเสื้อออกสองเม็ด เผยให้เห็นลำคอได้รูปและกระชับ
เขาสอดมือข้างหนึ่งไว้ในกระเป๋า อีกมือถือแก้วแชมเปญที่เหลืออยู่ครึ่งแกว่งไปมา ใบหน้าประดับรอยยิ้มเฉยชาและเว้นระยะห่าง
“องค์รัชทายาท นี่เป็นไวน์แดงที่บิดาของกระหม่อมเก็บสะสมไว้ เชิญลองชิมพ่ะย่ะค่ะ”
“เฮ่อหราน ไม่เจอกันตั้งนาน ได้ยินว่านายกวาดเรียบทั่วโรงเรียนทหารเลยนี่”
เหล่าบุตรหลานตระกูลใหญ่รายล้อมเขาอยู่ ตู้เหยียนโจวยืนข้างกาย คอยยิ้มรับคำชนแก้วที่กระตือรือร้นเกินพอดีแทนเขาอยู่ส่วนหนึ่ง
หลินเมี่ยนเองก็ปะปนอยู่ในกลุ่มคน มือถือแก้วน้ำผลไม้ ทว่าสายตากลับเกาะติดลู่เฮ่อหรานราวกับเบ็ดเกี่ยว
ลู่เฮ่อหรานพยักหน้าส่ง ๆ ดวงตาสีทองฉายแววรำคาญ
“เฮ่อหราน”
ตู้เหยียนโจวขยับเข้ามาใกล้ เอ่ยเสียงเบา “คุณปู่รออยู่ในห้องด้านใน บอกว่ามีแผนแต่งตั้งและโยกย้ายตำแหน่งในคณะรัฐมนตรีสองสามเรื่องอยากรายงานนายเป็นการส่วนตัว ใช้เวลาไม่กี่นาทีเอง”
ลู่เฮ่อหรานจิ๊ปาก วางแก้วเหล้าลง
“ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าวันนี้จะไม่คุยเรื่องงาน”
พื้นที่รับรองแขกส่วนในของตระกูลตู้ติดตั้งเครื่องตัดสัญญาณไว้ เพื่อป้องกันการดักฟังเป็นหลัก
ระหว่างอยู่ในห้อง สมองกลอัจฉริยะจะใช้งานไม่ได้
