หลังจากรับมือกับสมาชิกสภาตู้เกือบสองชั่วโมง ในที่สุดลู่เฮ่อหรานก็หลุดพ้นจากห้องรับรองที่อบอวลไปด้วยกลิ่นซิการ์และถ้อยคำทางการเมืองได้เสียที
เขาดึงเนกไทที่รัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ก่อนใช้นิ้วเกี่ยวปมเนกไทแล้วกระตุกเบา ๆ
ความอึดอัดพลันมลายหายไป
ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติกลับมาแฝงความเกียจคร้านและไม่ใส่ใจดังเช่นเคย
สำหรับเขา การรับมือกับจิ้งจอกเฒ่าในแวดวงการเมืองที่หมกมุ่นกับกลอุบายมานานหลายสิบปี ก็แค่กลับไปทำงานเก่าที่คุ้นเคยเท่านั้น
ถึงอย่างไร ภายในร่างอ่อนเยาว์วัยยี่สิบปีนี้ ก็มีวิญญาณวัยยี่สิบเจ็ดปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวและมีเล่ห์เหลี่ยมลึกล้ำสิงอยู่
ข่าวที่เขาอยากรู้ก็สืบถามอ้อม ๆ จนได้มาแล้ว
เวลาที่เหลือเขาไม่คิดจะเสียไปกับการสังสรรค์ไร้สาระกับคนพวกนั้นอีก
ตอนนี้สามทุ่มแล้ว
การรักษาซ่อมแซมต่อมครั้งที่สองของเฉิงเลี่ยน่าจะจบลงแล้ว
ลู่เฮ่อหรานอดเป็นห่วงไม่ได้ ฝีเท้าจึงเร่งเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เขาต้องรีบกลับไปดูให้เร็วที่สุดว่าการรักษาครั้งนี้จะมีผลข้างเคียงอะไรหรือไม่
หลังทักทายตู้เหยียนโจวสั้น ๆ ลู่เฮ่อหรานก็ออกจากที่นั่นก่อน ท่ามกลางการส่งของเหล่าลูกหลานผู้มีอำนาจ
ลมยามค่ำคืนพัดพาความร้อนอบอ้าวอันเป็นเอกลักษณ์ของต้นฤดูร้อนมาด้วย จนใบไม้ของต้นไม้ประดับราคาแพงหลายต้นหน้าคฤหาสน์ตระกูลตู้ส่งเสียงซู่ซ่า
ลู่เฮ่อหรานยืนอยู่ริมถนน ส่งสัญญาณให้คนขับนำรถลอยตัวมา
แต่หางตากลับเหลือบเห็นบางอย่างเข้า
เขาชะงัก แล้วค่อย ๆ หันข้างไปมอง
ใต้โคมไฟถนนลวดลายย้อนยุคที่อยู่ไม่ไกล มีร่างโดดเดี่ยวคุ้นตายืนสงบนิ่ง
รูปร่างสูงโปร่งดุจต้นสน แผ่กลิ่นอายเย็นชาให้คนแปลกหน้าอย่าได้เข้าใกล้
