“หลี่เซียงซิ่ว!”
พ่อหลี่ตวาดเสียงเข้ม แววตาคมกริบปรายมองเธอเป็นเชิงเตือนให้หุบปาก
ขณะเดียวกันก็ฝืนยิ้มประจบคนจากสำนักงานเขตทั้งสองคน “ทั้งสองท่าน นี่เป็นเรื่องในครอบครัวของเรา ขออย่าเข้ามายุ่งมากเกินไปเลยครับ”
“เรื่องในครอบครัวบ้าบออะไร!”
หลี่เซียงซิ่วหัวเราะเย็นชา “ตอนพวกคุณขโมยใบรายงานตัวของฉัน แล้วให้หลี่ชุนเซิงไปทำงานที่ห้างสรรพสินค้า ทำไมถึงไม่เห็นคิดว่าฉันเป็นคนตระกูลหลี่บ้างล่ะ?”
“ซิ่วซิ่ว!”
แม่หลี่คว้าแขนเธอไว้ ออกแรงบีบเล็กน้อย “อย่าทำตัวไม่รู้เรื่องแบบนี้สิ ทำแบบนี้…พ่อเธอจะเสียหน้านะ”
แม่หลี่เป็นห่วงจริง ๆ
ลูกสาวคนโตทำให้คนสองคนในบ้านที่พอจะเป็นที่พึ่งพาได้ขุ่นเคืองไปหมด ต่อไปถ้าโดนรังแกที่บ้านสามีจะทำยังไง?
ขาของเธอก็ยังไม่หายดี คงยิ่งถูกคนบ้านสามีดูแคลน และถูกพวกคนที่ชอบเหยียบย่ำคนต่ำต้อยรังแกได้ง่ายกว่าเดิม
ทำไมเด็กคนนี้ถึงไม่เข้าใจความหวังดีของแม่บ้างนะ?
แม่ทำไปก็เพื่อเธอทั้งนั้น
“แม่!”
หลี่เซียงซิ่วสะบัดแขนแม่ออก มองรอยเล็บหลายรอยที่ถูกหยิกบนแขนตนเอง แววเกลียดชังพลุ่งพล่านในดวงตา “แม่เป็นห่วงว่าพ่อจะเสียหน้า เป็นห่วงว่าหลี่ชุนเซิงไม่มีงานทำ แล้วหลานจะต้องเป็นเด็กบ้านนอก แต่ฉันถูกรถชนกระเด็น เกือบเอาชีวิตไม่รอดกว่าจะได้งานนี้มา ขาฉันจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หายดี ทำไมแม่ไม่เป็นห่วงฉันบ้าง! ยังมาด่าฉันว่าไม่รู้เรื่องอีกเหรอ? ตกลงใครกันแน่ที่ไม่รู้เรื่อง!”
ประโยคสุดท้ายเธอตะโกนจนเสียงแทบแตก
แรงตะโกนทำให้ท้องเจ็บแปลบ เหงื่อผุดชุ่มแผ่นหลังในพริบตา
