“อะไรนะ?”
แม่หลี่ชะงักงัน
“...ผมเอางานชั่วคราวของบ้านจ้าวไปแลกกับงานประจำที่ห้างสรรพสินค้าของเธอ พอมีงานทำ เธอก็ไม่ต้องลงชนบท เป้าหมายที่เธอต้องการก็สำเร็จ ทุกฝ่ายต่างก็แฮปปี้” หลี่ชุนเซิงอธิบายเสริม
แม่หลี่ขมวดคิ้ว “ไม่ได้หรอก ซิ่วซิ่วไม่ยอมแน่”
“งานชั่วคราวก็เป็นงานเหมือนกัน แม่ทำไปก่อน แล้วค่อยรับเมียกับลูกกลับมา ไม่แน่อีกสองปีอาจได้บรรจุเป็นพนักงานประจำก็ได้...”
“ถ้าไม่ได้บรรจุล่ะ?”
หลี่ชุนเซิงหน้าตึง “ถ้าถึงตอนนั้นนโยบายเปลี่ยน แล้วลูกของผมไม่มีสิทธิ์ทำทะเบียนบ้านในเมืองเพราะผมเป็นแค่ลูกจ้างชั่วคราวจะทำยังไง?”
“นี่...”
แม่หลี่หันไปมองพ่อหลี่ ฝ่ายนั้นขมวดคิ้ว
หลี่ชุนเซิงพูดต่อ “อีกอย่าง งานประจำที่ห้างสรรพสินค้าก็ดูดี สบาย แถมเงินเดือนสูงถึงเดือนละ 40 หยวน ยังมีสวัสดิการแฝงอีกตั้งหลายอย่าง ส่วนงานชั่วคราวมีอะไรบ้าง?”
“แต่ตำแหน่งนั้นเป็นสิ่งที่น้องสาวแกเสี่ยงชีวิตช่วยคนมาได้นะ...”
พอเห็นแม่หลี่ยังพูดแทนหลี่เซียงซิ่ว หลี่ชุนเซิงก็เดือดดาล ตะคอกเสียงต่ำ “แม่! ลูกสาวอย่างเธอยังไงก็ต้องแต่งงานออกไปสักวัน ถ้าได้งานประจำไป เธอก็จะเอาไปอยู่บ้านสามี พอถึงตอนนั้น เงินที่หาได้สักหยวนก็ไม่เข้าบ้านเราเลย! แทนที่จะห่วงเธอ แม่ห่วงหลานชายคนโตที่ใกล้จะเกิดกับห่วงลูกชายอย่างผมดีกว่า! เงินเดือนลูกจ้างชั่วคราวของผมแค่สิบกว่าหยวน จะเลี้ยงสามคนยังไง...”
“แม่ไม่ได้บอกว่าไม่ห่วงแก...”
แม่หลี่ปวดหัวเหลือเกิน คนหนึ่งคือลูกชายคนโตที่ต้องพึ่งพาให้เลี้ยงดูยามแก่เฒ่า อีกคนคือลูกสาวคนโตที่รักจนสุดหัวใจ ไม่ว่าคนไหนก็เป็นแก้วตาดวงใจทั้งนั้น
