“ใช่ค่ะ”
หลี่ชิงเหอทำหน้าขึงขัง เอ่ยอย่างจริงใจว่า “ฉันจะช่วยพี่น้องคนอื่น ๆ ในบ้าน...”
ให้ได้รับผลกรรมที่สมควรได้รับ!
แม่หลี่ยังคงไม่ยอมแพ้
“ชุนเซิงเป็นพี่ชายคนโต เขา...” เหมาะสมกว่า
เห็นว่าแม่ยังไม่ยอมเลิกรา คำพูดที่เพื่อนบ้านถามว่า ‘ไม่อยากดูแลหรือดูแลไม่อยู่กันแน่’ ก็วนเวียนอยู่ในหัวตาเฒ่าหลี่
เมื่ออำนาจของหัวหน้าครอบครัวถูกท้าทายอีกครั้ง ตาเฒ่าหลี่ก็เย็นชาลงอย่างสิ้นเชิง
“พูดไปก็เหมือนสีซอให้ควายฟัง! เมียไม่ดีเคราะห์ร้ายถึงสามชั่วคน หลี่หม่านชาง ฉันไม่ต้องการสะใภ้แบบนี้ ถ้าแกยังตามใจเธออยู่ละก็ หาเวลาสักวันแล้วเรียกพี่ใหญ่แกมาด้วย พวกแกทั้งบ้านแยกชื่อออกจากผังตระกูลหลี่ของฉันไปซะ! งานของแกกับเมียก็รีบคืนให้ฉันกับแม่แกด้วย!”
“พ่อ!”
พ่อหลี่สะดุ้ง สีหน้าเปลี่ยนไปทันที “เจาเถียนแค่พูดไปอย่างนั้น ไม่ได้ตั้งใจเถียงพ่อสักหน่อย... ยังไม่รีบขอโทษพ่ออีก บอกไปสิว่าเรื่องนี้จะฟังพ่อ”
แม่หลี่ถูกตาเฒ่าหลี่ตำหนิจนใบหน้าซีดสลับเขียวด้วยความอับอาย
แต่พ่อสามีเอาเรื่องงานมาข่มขู่ เธอก็ไม่กล้าแข็งข้อจริง ๆ งานนี้เธอรับช่วงต่อมาจากย่าหลี่ ถ้าคืนให้จริง ๆ แม้แต่เงินบำนาญก็ไม่ได้สักแดง
“...ขอโทษค่ะพ่อ ฉันผิดไปแล้ว เรื่องนี้จะฟังพ่อ ให้...หลี่ชิงเหอ”
คำท้าย ๆ แม่หลี่แทบจะกัดฟันพูดออกมา
ตาเฒ่าหลี่แค่นเสียงเย็นชา ไพล่มือไว้ข้างหลังแล้วหันเดินจากไป
“พ่อ เดี๋ยวผมไปส่ง...”
พ่อหลี่ตามไปสองก้าว แต่ถูกตาเฒ่าหลี่ไล่กลับมา กำชับให้เขาจัดการคนในบ้านให้ดี หากก่อเรื่องน่าอับอายแบบนี้ขึ้นอีกจนทำให้เขาขายหน้า ทั้งครอบครัวก็ไสหัวออกไปให้หมด
แม่หลี่หน้าบึ้งตึง เดินเข้าลานบ้านไป หลี่ชุนเซิงรีบตามไป
“แม่ จะฟังคำพูดปู่จริง ๆ เหรอ จะยกงานที่โรงงานทอผ้าให้หลี่ชิงเหอ แล้วผมจะทำยังไงล่ะ?”
