“เด็กคนนี้นี่...”
แม่หลี่ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมเซียงซิ่วถึงต่อต้านการยกงานให้พี่ชายขนาดนี้
“แม่”
น้ำเสียงของหลี่เซียงซิ่วเจือแววข่มขู่ “ถ้าหนูต้องลงชนบทจริง ๆ ชาตินี้ก็จะไม่กลับมาอีกแล้ว แม่คิดเอาเองก็แล้วกัน!”
“เซียงซิ่ว!”
แม่หลี่ใจหายวาบ “อย่าทำอะไรโง่ ๆ นะ! ลูกไม่เหมือนพี่ชาย ถ้าลูกแต่งงานกับคนชนบทจริง ๆ ชาตินี้ก็ต้องติดแหง็กอยู่ในชนบท...”
“แม่!”
หลี่ชิงเหอฉวยจังหวะตะโกนขัดแม่หลี่เสียงแหลม “แม่หยุดพูดเถอะ!”
“นังเด็กบ้า แกจะตะโกนทำไม!”
แม่หลี่ตกใจจนหัวใจเต้นกระหน่ำ จ้องหลี่ชิงเหอเขม็ง “ฉันกำลังคุยกับพี่สาวแก แกไม่มีสิทธิ์สอดปาก ไสหัวกลับห้องตัวเองไป!”
“หนูไม่ไป หนูจะทายาให้พี่ใหญ่ แม่ไม่เห็นใจพี่ใหญ่ แต่หนูเห็นใจ!”
หลี่ชิงเหอพูดพลางขอบตาแดงก่ำ ก่อนเหลือบมองประตูห้องแล้วขึ้นเสียงให้แน่ใจว่าหลี่เซียงซิ่วได้ยิน “ใบหน้าสวย ๆ ของพี่ใหญ่โดนพี่ชายซ้อมจนบวมเหมือนหัวหมู ไม่รู้ว่าจะเสียโฉมหรือเปล่า ผมก็โดนพี่ชายกระชากจนหนังศีรษะหลุดเป็นกระจุก ไม่รู้จะงอกขึ้นมาอีกไหม แม่ไม่สนใจแผลของพี่ใหญ่ ยังคิดจะหลอกเอาทะเบียนบ้านไปให้พี่ชาย แย่งงานของหนูไปให้เขาอีก หรือว่าหนูกับพี่ใหญ่ไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของแม่กัน แม่ลำเอียงเกินไปแล้ว!”
แม่หลี่ชะงักไปหลายวินาที พอได้สติว่าหลี่ชิงเหอไม่เพียงเถียง แต่ยังกล้าด่าว่าเธอลำเอียง ก็ยกมือคิดจะตบ
“นังตัวดี แกคิดว่าตัวเอง...”
ประตูห้องเปิดออกกะทันหัน
หลี่เซียงซิ่วจมูกแดงก่ำ ดวงตาบวมแดงเห็นชัดว่าเพิ่งร้องไห้ เธอยื่นปากแล้วถลึงตาใส่แม่หลี่ ก่อนเรียกหลี่ชิงเหอ “เข้ามา!”
“พี่ใหญ่ หนูเห็นใจพี่ แม่ยังจะตีหนูอีก...” หลี่ชิงเหอรีบมุดเข้าไปในห้อง
“ให้หลี่ชุนเซิงตีฉันจนตายไปเลยก็ดี ใช่ไหมแม่?”
