ความสิ้นหวังในดวงตาของเขา เมื่อความหวังพังทลายลง ทำให้หลี่ชิงเหอแสบจมูกจนแทบน้ำตาไหล
เธอบอกว่า “ง้างปากแล้วกรอกยาเข้าไป เธอต้องกินยาถึงจะลดไข้และหายดี”
“ได้ ได้”
ศาสตราจารย์อาวุโสดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากสั่นระริก
วินาทีนั้น หลี่ชิงเหอเสียใจจนแทบอยากกัดลิ้นตัวเอง!
คนตระกูลหลี่ก็อยู่ตรงนั้น อยู่ตรงนั้นแท้ ๆ เธอจะแก้แค้นเมื่อไรก็ได้!
ทำไมต้องคำนวณเวลาให้มาถึงตอนที่คุณยายกำลังป่วยด้วย เธอมาก่อนสักสองสามวันก็ได้ ก่อนที่คุณยายจะมีไข้สูง!
คุณยายอายุมากแล้ว หากต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ไม่แน่อาจทิ้งผลข้างเคียงเอาไว้...
ต่อให้ตายเป็นหมื่นครั้ง เธอก็ชดใช้ความผิดนี้ไม่หมด
หลี่ชิงเหอกัดฟัน บีบคางคุณยาย ใช้แรงอย่างพอเหมาะแง้มฟันออกชั่วครู่แล้วกรอกยาเข้าไป ยาส่วนใหญ่ไหลออกมาตามมุมปาก มีเพียงส่วนน้อยที่เธอกลืนลงไปได้
“เอาอีก!”
หลี่ชิงเหอหยิบยาลดไข้กับยาแก้อักเสบมาบด เติมน้ำและคนให้เข้ากัน จากนั้นก็ใช้วิธีเดิมกรอกยาเข้าไป
ทำซ้ำอยู่สามรอบ คุณยายถึงได้กินยาในปริมาณที่พอเหมาะ
กลัวว่าคุณยายจะเจ็บป่วยเรื้อรังเพราะมีไข้สูงนานเกินไป หลี่ชิงเหอจึงไม่เจือจางน้ำพุวิญญาณ แต่ป้อนให้คุณยายดื่มไปเกือบครึ่งชาม
น้ำพุวิญญาณช่วยให้ไก่ที่ใกล้ตายฟื้นกลับมามีชีวิตได้ คุณยายก็น่าจะหายดีเหมือนกัน!
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำพุวิญญาณหรือยาลดไข้ที่ออกฤทธิ์ก่อนกัน ไม่นานคุณยายก็หยุดชัก ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความทรมานค่อย ๆ คลายลง ลมหายใจทางจมูกกลับมาสม่ำเสมอ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ศาสตราจารย์อาวุโสลองใช้ริมฝีปากแตะหน้าผากคุณยาย พอรู้สึกยินดีจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่ก็เอ่ยว่า “ไม่ร้อนเท่าเดิมแล้ว ไข้ลดแล้ว ไข้กำลังลด...”
