ชายชราทั้งขันทั้งจนใจ ส่ายหน้าพลางบอกว่า “ถ้าจะปลูกตอนนี้คงไม่ทันแล้ว”
“...ฉันคิดว่ายังรอได้อีกสัก 50 ปี ส่วนที่เหลือก็ทิ้งไว้ให้ลูกหลาน ใครเก็บได้ก็ถือว่าโชคดีร่ำรวย แบบนั้นก็ดีมากแล้วค่ะ” หลี่ชิงเหอยิ้ม
ชายชรา “...”
เขาลูบเคราพลางหัวเราะเสียงดัง “สาวน้อยคนนี้น่าสนใจจริง ๆ ที่นี่ไม่มีต้นกล้าโสมหรอก แต่ฉันแนะนำคนที่ช่วยหาให้เธอได้”
“ขอบคุณค่ะคุณลุง” หลี่ชิงเหอตอบอย่างยินดี
ชายชรากวักมือเรียกชายที่อยู่ข้างตู้ยา “สือเหิง มานี่หน่อย”
จากนั้นก็หันมาบอกหลี่ชิงเหอว่า “เจ้าหนุ่มนี่เก่งกาจสารพัด ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้”
สือ...เหิงงั้นเหรอ?
หลี่ชิงเหอขมวดคิ้วเล็กน้อย หันไปมองชายที่เดินเข้ามาอย่างสงสัย ชื่อเหมือนหลานชายของศาสตราจารย์อาวุโสคนนั้นเลยหรือ?
หรือว่าจะเป็นเจ้าตัวจริง ๆ?
ประเทศจีนกว้างใหญ่ขนาดนั้น คงไม่บังเอิญ...ขนาดนี้หรอกมั้ง?
“...จริงสิ พวกเรายังไม่รู้เลยว่าสหายสาวชื่ออะไร จะติดต่อคุณทีหลังได้ยังไง?” เจ้าหน้าที่เดินยิ้มกริ่มเข้ามา พลางเกาะไหล่สือเหิงแล้วมองหลี่ชิงเหอ
หลี่ชิงเหอถอยหลังอย่างระมัดระวังหนึ่งก้าว “ฉันแซ่หลี่ค่ะ หลี่ชิงเหอ”
“ฝากเบอร์โทรศัพท์ไว้หน่อย เจอต้นกล้าโสมแล้วจะได้แจ้งให้มารับ” สือเหิงดูออกว่าหลี่ชิงเหอระแวดระวังและตั้งการ์ด จึงเหลือบมองเจ้าหน้าที่คนนั้น ฝ่ายนั้นรีบกระแอมเบา ๆ แล้วทำท่าทางจริงจังขึ้น
“เรื่องนี้...”
หลี่ชิงเหอลังเลอยู่บ้าง เธอไม่อยากไปเกี่ยวข้องกับคนที่ไม่รู้จักมากเกินไป แต่เรื่องแบบนี้ไม่มีกำหนดแน่นอน เธอคงไม่อาจวิ่งมาที่นี่ทุกสัปดาห์ได้