“จะเรียกเธอไปทำไม?”
พอนึกถึงยัยตัวแสบนั่นที่กล้ากระชากเธอจนหัวกระแทก แม่หลี่ก็เดือดดาลขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ อยากด่าคนจนเผลอแสดงความโมโหออกมาทางน้ำเสียง
เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตหุบยิ้มทันที
พ่อหลี่สังเกตเห็นจึงรีบขวางหน้าเธอไว้ แล้วกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตด้วยรอยยิ้ม “พวกเราจะไปให้ตรงเวลาแน่นอน”
เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตขานรับ ก่อนจะหันหลังแล้วถ่มน้ำลายลงพื้น
“ท่าทีอะไรกัน! อยากรู้ก็ไปถามที่สถานีตำรวจเองไม่ได้หรือไง คนบ้านนี้เป็นอะไรกันหมด...”
พ่อหลี่รู้สึกร้อนผ่าวที่ใบหน้า เขาถลึงตาใส่แม่หลี่
แล้วด่าว่า “ยังอับอายไม่พออีกหรือไง!”
แม่หลี่ “...”
เธอพูดอะไรผิดไปหรือไง?
เธอด่าหลี่ชิงเหอแล้วไปเกี่ยวอะไรกับสำนักงานเขต ทำไมใครต่อใครถึงกล้าทำหน้าไม่รับแขกใส่เธอกันหมด?!
แม่หลี่รู้สึกอัดอั้น พอเห็นพ่อหลี่กลับเข้าห้องไป ก็นึกขึ้นได้ว่าลูกสาวคนโตยังอยู่ที่สถานีตำรวจ จึงรีบวิ่งเหยาะ ๆ ไปเคาะประตูห้องของหลี่ชุนเซิงกับเฉินเหอฮวา
“เฉินเหอฮวา ออกมาคุยกันหน่อย เรามาปรึกษา...”
“ฉันพูดไม่ชัดพอหรือไง?”
เสียงของเฉินเหอฮวาดังมาจากในห้อง “ฉันไม่ยอมประนีประนอมและไม่ให้อภัย หลี่เซียงซิ่วเกือบฆ่าลูกชายฉัน ฉันเองก็เกือบถูกเธอฟันจนกระดูกหัก แม่ลูกอย่างพวกเรากับเธอเป็นศัตรูกันจนวันตาย เธอต้องติดคุก!”
“ชุนเซิง ลูกจะยืนดูน้องสาวเข้าคุกตาปริบ ๆ หรือไง? ที่เธอทำก็เพราะลูกแย่งงานของเธอ เรื่องมันประดังเข้ามาจนเธอถูกบีบให้ทำแบบนั้น เธอไม่ได้ตั้งใจ...” แม่หลี่เห็นว่าพูดเกลี้ยกล่อมเฉินเหอฮวาไม่ได้ จึงคิดจะลองพูดกับหลี่ชุนเซิงแทน
หลี่ชุนเซิงเหลือบมองเฉินเหอฮวาที่กำลังเท้าเอวถลึงตาใส่ ก่อนจะแค่นหัวเราะ “พอเถอะแม่ หลี่เซียงซิ่วไม่ใช่เด็กสามขวบ เธอรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร แม่ไม่ต้องหาเรื่องแก้ตัวแทนเธอแล้ว หาไปก็ไม่มีประโยชน์ ผมฟังเมียผม ถ้าเธอไม่ยอม ผมก็ไม่เห็นด้วย แม่เลิกคิดเรื่องประนีประนอมเสียเถอะ”