แม่หลี่ “……”
“เอาละ สวี่เจาเอ๋อ ลูกสาวของคุณใช้มีดทำครัวฟันคน เรื่องร้ายแรงเกินไป ไปสถานีตำรวจฟังเจ้าหน้าที่สอบสวนก่อนเถอะค่ะ” เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตเอ่ยเตือนจากด้านข้าง
เฉินเหอฮวาเข็นรถเข็นด้วยมือข้างเดียว เดินออกไปด้านนอก
หลี่ชุนเซิงเดินตามไป
แม่หลี่ไม่มีทางเลือก ได้แต่เช็ดน้ำตาแล้วรีบตามไป
เมื่อทั้งสามคนมาถึงสถานีตำรวจ คำให้การของคนอื่น ๆ ก็ใกล้จะบันทึกเสร็จแล้ว
หลี่เซียงซิ่วเต็มไปด้วยความคับแค้นและน้อยใจ หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงปลอบประโลม อารมณ์ของเธอก็ค่อย ๆ สงบลง ก่อนเล่าเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ “ฉันไม่ได้ตั้งใจ ฉันถูกพวกเขาพูดกดดันจนจนมุม ฉันไม่ได้คิดจะฆ่าใคร…”
เสียงของเธอสั่นเครือ น้ำตาไหลไม่หยุด “...ฉันไม่อยากติดคุก ฉันก็พิการอยู่แล้ว ถ้าต้องติดคุกอีก ชีวิตนี้ฉันคงหมดสิ้นกันจริง ๆ”
ตำรวจหญิงสบตากับเพื่อนร่วมงาน ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
อีกห้องหนึ่ง พ่อหลี่นั่งหมดอาลัยอยู่บนเก้าอี้ ไม่กล้าวางท่าอีกต่อไป ถูกถามอะไรก็ตอบทุกอย่าง
เขายอมรับด้วยว่า งานประจำที่ห้างสรรพสินค้าของลูกสาวคนโต หลี่เซียงซิ่ว เป็นสิ่งที่เขากับแม่หลี่ปรึกษากันแล้วว่าจะยกให้หลี่ชุนเซิง
ตอนอยู่โรงพยาบาล หลี่ชุนเซิงเป็นคนออกความคิด โดยอ้างว่าหลี่เซียงซิ่วนอนไม่ค่อยหลับ ให้แม่หลี่ไปขอยานอนหลับจากพยาบาลแล้วเอาให้เธอกิน
ระหว่างที่หลี่เซียงซิ่วหลับสนิท พวกเขาก็เอาใบรายงานตัวฉบับจริงไป
จากนั้นยังให้คนทำฉบับปลอมขึ้นมา แล้วสอดไว้ใต้หมอนของหลี่เซียงซิ่ว จนทำให้เธอร้อนใจและบาดเจ็บที่ขาเป็นครั้งที่สอง กลายเป็นคนขาเป๋อย่างถาวร
วันถัดจากวันที่หลี่ชุนเซิงได้ใบรายงานตัว เขาก็เข้าทำงานที่ห้างสรรพสินค้า และตอนที่คนในห้างถามถึงการเปลี่ยนแปลงพนักงาน เขาก็บอกความจริงว่าหลี่เซียงซิ่วขาเป๋จนทำงานไม่ไหว จึงยกงานให้เขา
