เฉินเหล่าใหญ่ที่เงียบมาตลอดเอ่ยขึ้นว่า “ยิงธนูดอกเดียวได้นกสามตัว”
“ธนูดอกเดียวได้นกสามตัวเหรอ?”
เฉินเสี่ยวเหยาไม่เข้าใจ “ตัวไหนบ้างล่ะ?”
เฉินเหล่าใหญ่ได้ยินน้องชายถามว่าตัวไหนบ้างก็ยิ้มซื่อ ๆ พลางนับนิ้ว “ข้อแรก แม่ตีแม่สามีของน้องเล็กจนกลัว ต่อไปคงไม่กล้าหาเรื่องน้องเล็กง่าย ๆ ข้อสอง เงินค่าผักถือเป็นค่าชดเชย พ่อแม่บอกพ่อแม่สามีของน้องเล็กชัดเจนว่าหายกันแล้ว ข้อสาม แม้เราจะต้องเอาผักมาส่งทุกสองสัปดาห์ ดูเหมือนเราเสียเปรียบ แต่จริง ๆ แล้วเราจะได้แวะมาดูว่าน้องเล็กอยู่ดีหรือเปล่า อีกอย่างก็เป็นการข่มขวัญตระกูลหลี่ ให้รู้ว่าน้องเล็กมีบ้านเดิมคอยหนุนหลัง...”
“แล้วนั่นยังนับเป็นสามข้ออยู่เหรอ?” เฉินเสี่ยวเหยาเกาหัว
เฉินเหล่าใหญ่ “...เหมือนจะไม่ใช่แค่สามข้อ”
ยายเฉินส่ายหน้า ปล่อยให้พวกพี่น้องช่วยกันคิดต่อ ก่อนจะเร่งฝีเท้าไปกับตาเฉินแล้วกระซิบปรึกษากัน “ร่างกายลูกสาวคงบอบช้ำหนักมาก ไม่อย่างนั้นเรารับกลับบ้านไปอยู่ไฟให้ครบก่อน แล้วค่อยส่งกลับมาดีไหม?”
ตาเฉินเหลือบมองลูกชายหลายคนที่ตามหลังมาแล้วถอนหายใจ “ถึงยังไงก็แต่งงานออกเรือนไปแล้ว พี่ชายของเธอช่วยหนุนหลังได้ก็จริง แต่ถ้ากลับบ้านเดิมมาอยู่ไฟ...กลัวว่าลูกสะใภ้หลายคนจะได้แต่โกรธแต่พูดอะไรไม่ได้ จนเสียความสัมพันธ์กัน”
ดวงตาของยายเฉินแดงก่ำขึ้นมาทันที
“แล้วลูกสาวจะทำยังไง? แม่สามีของเธอดูท่าทางไม่ใช่คนอยู่ด้วยง่าย ๆ ลูกเพิ่งคลอดลูกชาย ถ้าร่างกายไม่ฟื้นดี ต่อไปจะมีลูกไม่ได้จะทำยังไง?”
