ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีใครในสองสามีภรรยานึกถึงหลี่เฉี่ยวอวิ๋น ลูกสาวคนเล็กของพวกเขาเลย
แววผิดหวังในดวงตาของหลี่เฉี่ยวอวิ๋นสะสมจนกลายเป็นความด้านชา เธอเม้มริมฝีปาก ข่มความผิดหวังที่ถาโถมดุจคลื่นไว้ในใจ ก่อนจะเหลือบมองห้องเก็บของของหลี่ชิงเหอ แล้วค่อยผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
เธอแอบดีใจ อย่างน้อยพ่อแม่ก็ไม่ได้ให้หลี่ชุนเซิงไปรับงานประจำของหลี่ชิงเหอ พอนึกว่าหลี่ชุนเซิงเองก็ไม่มีความสามารถพอจะรับงานนั้น เธอก็อดคิดไม่ได้ว่าควรพยายามสักหน่อยดีไหม ปีสุดท้ายของมัธยมแล้ว ต้องเร่งทบทวนบทเรียนให้หนัก จะได้ไม่ถึงขั้นรับงานประจำของหลี่ชิงเหอมาแล้วแต่ยังคิดบัญชีไม่เป็น
ถ้าถูกไล่กลับมาเมื่อไร ก็ต้องลงชนบท ถึงตอนนั้นคงจบเห่จริง ๆ
พี่ใหญ่ยังถึงกับต้องเข้าเรือนจำเพราะงานประจำแค่งานเดียวไม่ใช่หรือไง?
หลี่เฉี่ยวอวิ๋นกลับเข้าห้องเงียบ ๆ หยิบลูกคิดที่ถูกโยนไว้ใต้เตียงออกมาวางบนโต๊ะเขียนหนังสือ ขยับลูกคิดไปพลาง ท่องสูตรคำนวณในใจไปพลาง “หนึ่งบวกหนึ่ง สองบวกสอง… สามลบห้าเหลือสอง สี่ลบห้าเหลือหนึ่ง… ห้าลบ…”
ห้าลบอะไรนะ?
สมองของเธอว่างเปล่า นึกไม่ออกเสียแล้ว
ตระกูลหลิน
หลี่ชิงเหอมองหลินเสี่ยวเหม่ยใช้ความพยายามอย่างหนักกว่าจะทำโจทย์เสร็จ แล้วก็อ่อนยวบ ฟุบหน้าลงกับโต๊ะอีกครั้ง ทั้งโมโหทั้งขำ โจทย์ข้อนี้เธออธิบายให้ฟังซ้ำไปซ้ำมาไม่ต่ำกว่าสิบรอบแล้ว
โจทย์แบบเดิม แค่เปลี่ยนวิธีพูด เปลี่ยนตัวเลข เปลี่ยนรูปแบบ เปลี่ยนวิธีคำนวณ ทำไมถึงทำไม่ได้อีกแล้วล่ะ?
“ฉันไม่ไหวแล้ว ชิงเหอ เธอไว้ชีวิตฉันเถอะนะ?”