“ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าไม่ได้?”
หลี่ชิงเหอพลอยยิ้มตาม แววตาเปี่ยมไปด้วยความยินดี “เผื่อได้ผลขึ้นมาล่ะ?”
หวังข่ายเสวียนกำหมัด พยักหน้ารัว ๆ
หลี่ชิงเหอไม่กล้าใส่น้ำพุวิญญาณลงในยามากเกินไป กลัวว่าสรรพคุณจะแรงเกินจนคนอื่นสงสัย
แต่สภาพร่างกายของคุณย่าหวังดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จากที่ได้แต่นอนติดเตียง พูดจาอ้อแอ้ไม่รู้เรื่อง กลายเป็นนั่งพิงหัวเตียงและพูดสิ่งที่คิดได้ชัดเจน ใช้เวลาเพียง 10 วันเท่านั้น
ทุกครั้งที่หวังข่ายเสวียนเห็นหลี่ชิงเหอมาส่งยา ดวงตาของเขาจะเป็นประกายระยิบระยับ
ท่าทางกระฉับกระเฉงมีชีวิตชีวาแบบนั้นต่างหาก ถึงจะเหมาะกับวัยของเขา
หลี่ชิงเหอก็ดีใจแทนเขา
มีคุณย่าอยู่เป็นเพื่อน เขาคงไม่เติบโตมาเป็นคนเอาแต่ใจและเก็บกดเหมือนชาติที่แล้วหรอกนะ?
เก็บเงินจากการขายผักเพิ่มอีกหลายวัน ในที่สุดหลี่ชิงเหอก็มีเงินพอคืนเงินที่ยืมพี่รองหลินมา
ก่อนเริ่มงาน เธอเคาะประตูห้องทำงานของเขาแล้วคืนเงินให้
เรื่องยืมเงินเป็นความลับเล็ก ๆ ระหว่างพวกเขาสองคน หลี่ชิงเหอไม่อยากไปคืนเงินที่บ้านตระกูลหลิน เพราะไม่อยากให้เสี่ยวเหมยเป็นห่วง
พี่รองหลินเหลือบมองเงิน ก่อนยิ้มอย่างอ่อนโยน “ดูท่าว่าเลือกค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ถูกทางแล้วนะ”
“อื้ม ๆ”
“มีเงินเก็บติดตัวไว้บ้างเป็นเรื่องดี อย่าใช้สุรุ่ยสุร่าย ตั้งใจทำงานนะ อีกสักสองปีถ้ามีโอกาสก็ลองไปหางานทำในตัวเมืองหรือเมืองหลวงมณฑล จะได้มีอนาคตดี ๆ นโยบายกำลังเปลี่ยน ไม่แน่ว่าตอนนั้นอาจซื้อบ้านตั้งหลักปักฐานที่นั่นได้...”
หลี่ชิงเหอพยักหน้า
