มองดูขบวนรถแล่นผ่านข้างทาง ฉู่หลิงเซียวลูบจมูกตัวเอง
พวกนี้เขาไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน แถมเขาออกมาก่อนเวลาเป็นชั่วโมง ต่อให้ยืนอยู่ริมถนนก็ไม่มีใครรู้จักเขา ผ่านหน้าเขาไปดื้อ ๆ เลย!
ซูซืออีมองเขาด้วยแววตาเย้ยหยันอย่างเต็มเปี่ยม พูดเหน็บว่า "ไหนบอกจะมารับไง? ทำไมจอดไม่จอดสักคันล่ะ?"
ฉู่ยวี่หานขมวดคิ้วพูดว่า "อีอี หลิงเซียวก็แค่อยากล้อเล่นกับเธอน่ะ อย่าถือสาเลย! เอาน่า หลิงเซียวรีบขึ้นรถเถอะ เรารีบกลับกัน!"
"พี่หาน เธอก็นิสัยฉันดี รู้ดีว่าฉันเกลียดผู้ชายแบบไหนที่สุด!" ซูซืออีส่ายหัว พูดกับฉู่ยวี่หานว่า
"ถ้าเขาไม่ใช่ญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของเธอตอนนี้ ฉันไม่แม้แต่จะชายตามองเขาเลยด้วยซ้ำ!"
"ไอ้คนขี้คุก แถมยังเข้าไปพัวพันกับข้อหาทำร้ายผู้หญิงอีก!"
"ตอนอยู่ในคุกก็ไม่รู้จักสำนึก ยังยื่นมือสกปกไปถึงพี่สะใภ้ตัวเอง!"
"ปากปลาซิว พูดจากลับกลอกไร้สัจจะ แถมยังทระนงตนว่าดีเลิศ!"
"คนพรรค์นี้มันต่างอะไรกับเหลียวหมิงเลี่ยง? ที่ฉันไม่ตบสักสองฉาดก็ถือว่าอดกลั้นแล้ว!"
ฉู่ยวี่หานขมวดคิ้วพูดว่า "อีอี เธอเข้าใจหลิงเซียวผิดไปไกลแล้ว! ทุกอย่างที่เธอรู้เรื่องเขา ล้วนฟังมาจากคำร่ำลือ ทุกครั้งที่ฉันคุยกับเธอเรื่องเขา เธอก็เปลี่ยนเรื่องตลอด ไม่ยอมฟังเลย! เอาล่ะ ๆ ตอนนี้ยังไม่พูดมาก กลับกันก่อนเถอะ อย่าให้คนตระกูลเจียงมาเห็น!"
ซูซืออีส่งเสียงเหอะ พูดว่า "พี่หาน เธอเป็นป้าของเขา คำพูดของเธอย่อมเข้าข้างเขา ความน่าเชื่อถือย่อมต่ำอยู่แล้ว!"
"แต่เพื่อเห็นแก่หน้าเธอ ฉันจะให้โอกาสเขาขึ้นรถสักครั้ง เธอบอกให้เขาขอโทษฉัน ขอโทษผู้หญิงที่ถูกเขาทำร้าย ฉันถึงจะยอมให้เขาขึ้น จะได้ไปส่งที่ในเมือง!"
"แต่เตือนเขาไว้ก่อนดีกว่า ห้ามปริปากบนรถ ฉันไม่อยากฟังคำเสแสร้งแม้แต่ประโยคเดียว ไม่งั้นโยนเขาทิ้งไว้กลางทุ่งป่านี้แหละ!"
ฉู่ยวี่หานโกรธจนอดตัดพ้อไม่ได้ว่า "อีอี นี่มันแกล้งหลิงเซียวชัด ๆ!"
แต่ซูซืออีกลับตวาดใส่เธอว่า "นั่งให้เรียบร้อย!" ไม่สนใจเลยว่าฉู่หลิงเซียวยังไม่ทันขึ้นรถ ซัดคันเร่งเตรียมพุ่งออกไป!
ทว่ากลับเห็นรถเบนซ์จีคลาสคันหนึ่งแล่นสวนเลนย้อนศรมา ตรงเข้ามาจอดขวางหน้าปอร์เช่ คาเยนน์อย่างจัง ขวางทางรถปอร์เช่ไว้
ซูซืออีรีบเหยียบเบรกกะทันหันจนรถจอดสนิท จ้องมองรถจีคลาสคันนั้นเขม็ง กัดฟันกรอดพูดว่า "เหลียวหมิงเลี่ยง!"
ชายสามคนกระโดดลงจากรถจีคลาส คนนำผมย้อมสีแดง เขียนอายแชโดว์เว่อร์ ๆ เสื้อเชิ้ตตัวนอกติดกระดุมเม็ดเดียว เผยให้เห็นอกไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อ พร้อมกับพวกลูกสมุนผมเหลืองอีกสองคนมายืนอยู่หน้ากระโปรงรถคาเยนน์
"อีอี ตกลงกันว่าจะไปเดินห้างกับแม่ฉันไงล่ะ หนีมาได้ยังไง? ถ้าหาฉันไม่เจอ งานหมั้นตอนเที่ยงเธอก็คงไม่เตรียมไปร่วมด้วยใช่ไหม?"
เมื่อเห็นซูซืออีนั่งในรถไม่สนใจเขา เหลียวหมิงเลี่ยงก็ยิ้มร่า ยื่นมือไปทางลูกน้องข้าง ๆ ลูกน้องคนนั้นล้วงไปที่เอวหยิบค้อนเหล็กออกมาวางบนมือเขา
เมื่อเห็นว่าไอ้บ้าคนนี้กำลังจะใช้ค้อนทุบกระจกรถเธอ ซูซืออีก็เปลี่ยนสีหน้า รีบลดกระจกรถและด่าว่า "เหลียวหมิงเลี่ยง! นี่คิดจะทำอะไร! ฉันบอกนายแล้วนะ ฉันไม่ว่างไปเดินห้างกับแม่นาย งานหมั้นเป็นพ่อฉันรับปาก เขาเป็นคนไปตกลงกับตระกูลเหลียวของพวกนายต่างหาก ไม่เกี่ยวกับฉัน!"
เหลียวหมิงเลี่ยงเบ้ปากพูด "ถามไปก็เท่านั้น! ต้าเหลียง เสี่ยวเหลียง ไปลากตัวนางมา!"
สองผมเหลืองเดินเข้ามากระชากประตูรถ หมายจะลากซูซืออีออกจากรถ
ฉู่ยวี่หานที่นั่งเบาะหลังลุกขึ้นผลักมือสองคนนั้นออกด้วยแรงทั้งหมดที่มี พร้อมตวาดเสียงดังว่า "นี่พวกแกจะทำอะไร! อย่าแตะต้องเธอ ถ้ายังขืนทำแบบนี้ฉันจะแจ้งความ!"
เหลียวหมิงเลี่ยงหันไปมองฉู่ยวี่หาน พลันตาเป็นประกาย หัวเราะพูด "โอ้โห นี่ไม่ใช่คุณฉู่สาวงามนี่นา!"
เหลือบมองซูซืออีข้าง ๆ เหลียวหมิงเลี่ยงจึงพูดกับพวกผมเหลืองด้วยท่าทีเสียดายว่า "ได้กำไรพวกแกสองคนแล้วล่ะ! ไอ้ขยะเจียงอวิ๋นเจ้านั่นตามจีบมาตั้งหลายปีไม่สำเร็จ วันนี้พวกแกสองคนได้ชิมสดแล้ว! ที่นี่ก็เปลี่ยวร้างพอดี อยากทำอะไรก็ตามสบาย!"
สองผมเหลืองได้ยินก็ดีใจใหญ่ คนเตี้ยกว่าหน่อยพูดว่า "งั้นข้าไม่เกรงใจละ เล่นก่อนนะ อีกเดี๋ยวเสี่ยวเหลียงค่อยต่อ!"
"ได้!" เสี่ยวเหลียงก็ใจกว้างไม่น้อย!
พอต้าเหลียงกำลังจะเปิดประตูหลัง ศีรษะกลับถูกใครบางคนกดไว้ ยังไม่ทันตั้งตัว ก็ดังโครมกระแทกขอบประตูบน เลือดสาดกระเซ็น ร่างกายทรุดฮวบล้มลงกับพื้น!
ทุกคนตกใจสะดุ้งโหยง!
เหลียวหมิงเลี่ยงชี้หน้าฉู่หลิงเซียวด่าขรม "นี่มึงเป็นใครวะ? หาเรื่องตายรึไง? รู้ไหมข้าเป็นใคร? เคยได้ยินชื่อตระกูลเหลียวแห่งเจียงตูไหม? เคยได้ยินชื่อเหลียวหมิงฮุยไหม? นั่นพี่ชายแท้ ๆ ของข้า!"
อันที่จริงตอนจอดรถเมื่อครู่ทุกคนก็เห็นคนที่ยืนอยู่ข้างทางนี่แล้ว เพียงแต่ไม่มีใครใส่ใจ
ก็แค่ไอ้กระจอกที่เพิ่งออกจากคุกตัวหนึ่ง ไม่รู้ว่าทำไมอีอีถึงมารับมันออกจากคุกด้วยตัวเอง
ไม่คิดเลยว่าไอ้หนุ่มนี่จะบ้าบิ่นหาญกล้าถึงเพียงนี้ ลงมือทำร้ายคนของเขาในทันที!
จัดการกับพวกพึ่งพ้นโทษพรรค์นี้ ต้องใช้ชื่อก้องวงการคุกมาข่มถึงจะได้ผล
ฉู่หลิงเซียวสีหน้าเรียบเฉยพูดว่า "ไม่ว่าพวกแกจะเป็นใคร ผู้หญิงในรถอย่าแตะต้อง ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!"
พอเหลียวหมิงเลี่ยงเห็นว่าคนผู้นี้ไม่ยอมอ่อนข้อให้ ก็หัวเราะเยาะด่าว่า "ดี มึงแน่นัก มึงรอข้าก่อนเถอะ!"
เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาเริ่มกดโทร
ซูซืออีในรถถึงกับเปลี่ยนสีหน้า พูดกับฉู่ยวี่หานว่า "ไอ้บ้านี่ความรุนแรงก็เหมือนกันนะ? ก็แน่ล่ะ คนที่เพิ่งออกจากที่แบบนั้น จะให้รู้จักพูดจาด้วยเหตุผลได้ยังไง! พี่หาน รีบบอกให้เขาขอโทษเหลียวหมิงเลี่ยงเร็วเข้า! เธอก็รู้ว่าเหลียวหมิงฮุยเขาทำอะไรอยู่ อย่าว่าแต่พวกเธอเลย แม้แต่ตระกูลซูของเราก็ยั่วยังไหว!"
ฉู่ยวี่หานเพิ่งจะเตรียมเรียกฉู่หลิงเซียวที่อยู่ข้างนอกเข้ามา ก็เห็นเสี่ยวเหลียงล้วงมีดออกมาจากเอว แทงไปที่อกฉู่หลิงเซียวอย่างแรง!
"มึงกล้าทำร้ายพี่กู กูจะฆ่ามึงให้ตาย!"
"หลิงเซียวระวัง!" ฉู่ยวี่หานร้องลั่น
แต่วินาทีต่อมา เธอก็เห็นฉู่หลิงเซียวคว้าข้อมือมีดของเสี่ยวเหลียงไว้ แล้วรูดลงอย่างแรง ปักมีดเสียบทะลวงต้นขาเสี่ยวเหลียง!
ด้านนอกเสียงร้องโหยหวนอย่างกับหมูถูกเชือดของเสี่ยวเหลียงดังขึ้น ซูซืออีโมโหจนด่าว่า "นี่มันบ้าไปแล้วเหรอ? พ้นโทษมาแท้ ๆ ดันไปผูกพยาบาทกับตระกูลเหลียว? ต่อไปในเจียงตูมันจะยังมีทางรอดได้ยังไง!"
เหลียวหมิงเลี่ยงก็วางสายโทรศัพท์แล้ว กัดฟันมองฉู่หลิงเซียวด่าว่า "มึงตายแน่! พี่ข้าบังเอิญไปรับคนใหญ่คนโตที่คุกพอดี กำลังมาแล้ว! ถ้ามึงแน่จริงก็อย่าหนีล่ะ!"
ระหว่างพูดนั้น ขบวนรถยาวเหยียดก็เลี้ยวกลับมาจากทิศทางเรือนจำ มุ่งหน้ามาทางนี้แล้ว!
เหลียวหมิงเลี่ยงร้องด้วยความดีใจว่า "มาแล้ว!"
ฉู่ยวี่หานหวาดกลัวสุดขีด ตะโกนใส่ฉู่หลิงเซียวว่า "หลิงเซียว รีบหนีไปเร็ว!"
เธอยอมให้หลานชายตัวเองต้องหนีหัวซุกหัวซุน ไปจากเจียงตู ดีกว่าพึ่งกลับมาก็ไปมีเรื่องกับเจ้าพ่อท้องถิ่น และถูกฆ่าตายภายในคืนเดียว!
ซูซืออีก็ถอนหายใจ กัดฟันพูดว่า "วันนี้ฉันไม่น่ามาเลย เอาล่ะ เพื่อเห็นแก่พี่หานเคยช่วยชีวิตฉัน ขึ้นรถ! ฉันจะพาหนี!"
ฉู่หลิงเซียวกลับสีหน้าเรียบเฉยพูดว่า "ไม่ต้องตื่น เรื่องเล็กน้อย!"
ขบวนรถจอดเทียบข้าง ๆ ชายชุดดำทยอยลงจากรถ เดินเข้ามาทางนี้
เหลียวหมิงเลี่ยงตะโกนบอกคนหนึ่งในกลุ่มว่า "พี่ ไอ้สารเลวนี่แหละ มันทำร้ายต้าเหลียงกับเสี่ยวเหลียง แถมยังขัดขวางไม่ให้ผมพาตัวอีอีไปอีก คุณ..."
ยังพูดไม่ทันจบ ชายคนนั้นก็ตวัดสายตาเขม็งใส่ พร้อมด่าว่า "หุบปาก!"
เหลียวหมิงเลี่ยงอึ้งไปครู่หนึ่ง เหลือบมองชายข้างกายพี่ชายตน สูดลมหายใจเยือกเย็น นี่คือถังเหวินหลง เจ้าพ่อแห่งจงโจว!
แต่พอดูตำแหน่งที่เขายืน กลับไม่ใช่คนที่มีสถานะสูงสุด!
ท่ามกลางฝูงชน ยังมีชายชราผมขาวโพลนคนหนึ่ง เดินขากะเผลกเล็กน้อย ถูกพยุงโดยหญิงสาวชุดดำรูปร่างเพรียวสูง เมื่อเห็นแหวนหยกม่วงบนนิ้วโป้งของฉู่หลิงเซียว สีหน้าก็พลันแปรเปลี่ยน น้ำเสียงแหบพร่าพูดว่า "น้องเล็ก! ข้าคือศิษย์พี่ของเจ้า ฮั่วเฉินโจวแห่งเมืองหลวง!"
เขาหันหลังกลับ สีหน้าเคร่งขรึมพูดกับทุกคนว่า "นี่คือศิษย์น้องข้าเอง พวกเจ้ายังไม่รีบคำนับท่านเสียวอีก!"
เบื้องหลังเขา มีคนไม่ต่ำกว่าสี่ห้าสิบคน ต่างโน้มเอวเป็นมุมเก้าสิบองศา ประสานเสียงคำนับว่า "คารวะท่านเสียว!"