เฉินวั่นหลี่เงยหน้ามองไป ภายในรัศมีสายตากลับไม่ปรากฏร่องรอยของใครเลย
แต่เสียงกึกก้องดังประหนึ่งฟ้าผ่าก็ดังขึ้นข้างหู
"ในเมื่อข้าอยู่ที่นี่ ใครกล้าแต่ต้องศิษย์แห่งสำนักตี้อินของข้า!"
ใครกล้า?
ประโยคเดียวดังปานเข็มกระตุ้นหัวใจ ฉีดเข้ามาในใจของเถาอี้อู๋และชางป๋อเสวียน
เหล่าคนทั้งหมดแหงนหน้ามองไปยังที่ไกล ๆ เห็นเงาขาวกระโดดไต่ลื่นอยู่ในระยะกว่าพันเมตร ทุกครั้งที่เงาส่ายไป ระยะทางก็ดูเหมือนถูกปิดลงเกือบร้อยเมตร
เมื่อตอนที่เขาปล่อยเสียงข่มขู่นั้น ที่แท้เขาอยู่ห่างออกไปอย่างน้อยกว่าพันเมตร?
พันเมตร แล้วยังรู้เรื่องที่เกิดขึ้นตรงนี้ได้?
เสียงคำรามจากระยะพันเมตร ก็มีพลังบีบให้พวกเขาคุกเข่าลงไม่ได้ลุก?
คนทั้งฝูงยิ่งตกตะลึงพรึงเพริด ความเกรงกลัวและศรัทหนักหน่วง ทุกคนหมอบราบอยู่กับพื้น
เถาอี้อู๋ปาดน้ำที่ใบหน้า หัวเราะก้องขึ้นดัง ๆ แล้วพยุงตัวลุกขึ้นยืน
เฉินวั่นหลี่หน้าเฉยเมย จ้องมองเงาขาวไกล ๆ แล้วชกหมัดออกไปอย่างไร้ความลังเล!
เปรี้ยง!
เสียงทุ้มดังขึ้นหนึ่งครั้ง
เถาอี้อู๋จะไปคิดได้อย่างไรว่า เมื่อผู้เหนือมนุษย์ลงมาปรากฏตัว เฉินวั่นหลี่จะกล้าบ้าคลั่งเช่นนี้!
ต่อให้เขาเททุกกำลังที่มีก็ไม่ใช่คู่มือของเฉินวั่นหลี่ แหม ยังไงล่ะ ในเมื่อบัดนี้บาดเจ็บสาหัส แถมยังปราศจากการเตรียมป้องกันใด ๆ
เขาถูกหมัดเดียวเหวี่ยงกระเด็นออกไป ล้มลงกับพื้นกระตุกสักไม่กี่ครั้ง ก็สิ้นใจสนิท
ชางป๋อเสวียนตกใจหน้าซีด กระโดดขึ้นอยากหลบหนี แต่แผลหนักเกินไป ฝ่ามือของเฉินวั่นหลี่มาถึงก่อนแล้ว กระหม่อมถูกทุบกระจุย ของแดงขาวไหลท่วมพื้น!
ชั่วขณะนั้น คนทั้งหมดตกตะลึงจนขาดสติ! ลืมหายใจแม้แต่ครั้งเดียว!
เหลือเพียงเสียงฝนซ่านัวร่า
และใบหน้าเยือกเย็นของเฉินวั่นหลี่ท่ามกลางสายฝน
พร้อมประโยคเดียวที่กังวานก้องอยู่ในใจของพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า — ความกดดันของผู้เหนือมนุษย์อยู่ตรงหน้า แล้วเขากล้าได้อย่างไร?
