ในเวลาเดียวกัน หลังเนินทรายที่จางอวี่อยู่ เสียงอุทานแผ่วเบาดังมาจากระยะไกล
ร่างของจางอวี่แข็งทื่ออยู่ตรงนั้น นิ้วยังคงค้างอยู่ในท่าจับกล้องส่องทางไกล แต่กลับคว้าอะไรไว้ไม่ได้อีกแล้ว
คนทั้ง 49 คนที่อยู่ด้านหลังเขาเงียบลงแทบจะพร้อมกัน... ความเงียบนั้นไม่ใช่การจงใจกดเสียง หากเหมือนมีใครกดปุ่มหยุด ทุกเสียงถูกดูดหายไปในชั่วพริบตา
ผ่านไปหลายวินาที จึงมีคนเค้นเสียงออกมาจากลำคอว่า “ตาย...หมดแล้วเหรอ?”
ไม่มีใครตอบ
เพราะทุกคนเห็นศพนิ่งสนิทกว่า 80 ร่างกระจัดกระจายอยู่บนผืนทราย แต่ละร่างอยู่ในท่าทางต่างกัน ทว่าล้วนล้มลงและไม่มีใครขยับแม้แต่น้อย
มนุษย์กิ้งก่าตัวนั้นยืนอยู่ท่ามกลางร่างที่กระจัดกระจาย ท่าทางไม่ต่างจากก่อนหน้านี้เลย ยังคงสงบนิ่ง ผ่อนคลาย ราวกับเรื่องทั้งหมดเมื่อครู่เป็นเพียงเหตุการณ์เล็กน้อยที่ไม่สำคัญ
ความคิดหนึ่งแล่นผ่านสมองของจางอวี่อย่างรวดเร็ว...
นี่ไม่ใช่มอนสเตอร์ธรรมดา
ซูมู่บอกพวกเขาว่าอย่าเข้าใกล้ในระยะ 3 ลี้ ไม่ใช่เพราะจงใจพูดข่ม แต่เพราะเขารู้ว่าสิ่งนี้อันตรายเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้
แต่แล้วความคิดอีกอย่างก็ตามมา หากมอนสเตอร์ตัวนี้เป็นเหยื่อล่อที่ซูมู่ใช้จริง เขาก็บ้าระห่ำเกินไปแล้ว ใช้สิ่งแบบนี้เป็นกับดัก ไม่กลัวตัวเองโดนลูกหลงหรือไง?
“ซูมู่...รู้อยู่ก่อนแล้วเหรอว่าสิ่งนี้น่ากลัวแค่ไหน?” คนข้าง ๆ พูดเสียงเบา จางอวี่ไม่ตอบ แต่ในใจยอมรับข้อสันนิษฐานนั้นไปแล้ว
