มอนสเตอร์หลายตัวที่อยู่ข้าง ๆ ยังไม่ขยับ ตัวหนึ่งพิงอยู่ข้างทางเข้า หางตวัดปัดทรายอย่างเกียจคร้าน น้ำเสียงเจือแววหยอกเย้า “เฮ้ย รอบนี้คู่ต่อสู้รับมือยากอยู่เหมือนกันนะ ว่าไง ต้องการให้ช่วยไหม?”
มอนสเตอร์ตัวที่เพิ่งฟื้นคืนชีพสะบัดหาง หนามกระดูกขูดทรายเป็นรอยตื้น ๆ มันเอียงหัวมองพวกเดียวกัน แววขบขันปนอยู่ในน้ำเสียง “ไม่ต้อง ฉันอยากรู้ว่าเขาจะทนได้นานแค่ไหน”
ซูมู่ได้ยินแล้วก็ไม่ได้โกรธ และไม่ได้โจมตีทันที
สมองของเขากำลังประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว
“จะทนได้นานแค่ไหน”... แสดงว่าพวกมันมั่นใจว่าตัวเองฟื้นคืนชีพได้เรื่อย ๆ แถมจำนวนครั้งที่ฟื้นคงไม่น้อย
พวกมันมองมนุษย์ตรงหน้าเป็นเหยื่อที่กำลังจะถูกทรมานจนตาย และกำลังเพลิดเพลินกับกระบวนการนี้
ซูมู่หรี่ตาลง
หากผู้มีอาชีพทั่วไปเจอสิ่งที่ฟื้นคืนชีพได้ไม่จำกัดและยิ่งสู้ยิ่งแข็งแกร่ง ทางเลือกที่ฉลาดที่สุดก็คือหันหลังหนี ขอแค่เลิกสู้ มอนสเตอร์พวกนี้ก็คงไม่ไล่ตามไปไกลนัก... อย่างไรเสียหน้าที่ของพวกมันคือเฝ้าประตู ไม่ใช่ตามล่าสังหาร
แต่ซูมู่ไม่คิดหนี
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือ ที่นี่เหมาะกับการเก็บค่าประสบการณ์ดีเหมือนกัน
ตัวละ 10 แต้ม ฟังดูไม่มาก แต่ยิ่งเลเวลสูงขึ้น ค่าประสบการณ์ที่ได้ก็น่าจะเพิ่มขึ้นด้วย
อีกอย่าง เขาสังเกตว่าหลังฟื้นคืนชีพ มอนสเตอร์พวกนี้ไม่ได้แค่เลเวลเพิ่มขึ้น แต่วิธีต่อสู้ก็เปลี่ยนไปด้วย
นี่ไม่ใช่แค่การเก็บค่าประสบการณ์ แต่ยังบีบให้เขาปรับตัวเข้ากับคู่ต่อสู้ที่มีรูปแบบและจังหวะต่างกัน
