หลังซูมู่จากไป ถนนก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
หมอกหนาทึบยังคงปกคลุมพื้นที่แห่งนั้น ไอหมอกสีขาวเทาเคลื่อนตัวช้า ๆ ราวกับไม่เคยมีใครรบกวนมาก่อน
ทันใดนั้น พื้นตรงมุมกำแพงที่เขาเพิ่งแยกส่วนลิงพิศวงเมื่อครู่ก็ขยับไหวเล็กน้อย
เถาวัลย์เส้นเล็กยาวเส้นหนึ่งเลื้อยออกมาจากรอยแยกในดิน มันมีสีแดงเข้ม ผิวเคลือบด้วยประกายน้ำบางเบา ดูคล้ายสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งโผล่หัวขึ้นมาจากใต้ดินลึก
มันหยุดนิ่งกลางอากาศชั่วครู่ ราวกับกำลังตรวจสอบว่ารอบข้างไม่มีความเคลื่อนไหวอื่นใด ก่อนจะเลื้อยฉิวไปยังกองเศษซาก
ทันทีที่ปลายเถาวัลย์สัมผัสเศษซาก มันก็แตกออกเป็นกิ่งเล็ก ๆ หลายเส้น พันรอบเศษเหล่านั้นคล้ายนิ้วมือ แล้วลากพวกมันลงไปใต้ดินอย่างไร้สุ้มเสียง
กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาที
บนพื้นเหลือเพียงหลุมตื้น ๆ ขอบเรียบเกลี้ยง ราวกับมีบางสิ่งปาดผ่านจากใต้ดินเบา ๆ
ไม่นานหมอกก็รวมตัวกันอีกครั้ง ปกคลุมร่องรอยของหลุมนั้นจนมิด
ครู่ต่อมา ฝุ่นดินใหม่จากรอบด้านก็ค่อย ๆ ไหลลงไปในหลุม ราวกับมีบางสิ่งกำลังกลบร่องรอยของตัวเองอย่างระมัดระวัง
แม้แต่ร่องรอยเล็กน้อยที่ถูกกระทบก็ถูกหมอกกลืนหายไปจนหมดอย่างช้า ๆ .......
……
เสียงฝีเท้าของซูมู่ค่อย ๆ ห่างออกไป ก่อนจะหายลับเข้าไปในหมอกหนาทึบ
เขาเดินตามเส้นทางที่ทำเครื่องหมายไว้บนแผนที่ ผ่านถนนสามสี่สาย ยิ่งเดินก็ยิ่งรู้สึกว่าภาพรอบตัวคุ้นตา......
