บ่ายวันเดียวกัน ณ เมืองจิงโจว มณฑลฮั่นตง
ห้องทำงานของหลี่ตาคัง เลขาธิการพรรคประจำเมือง
หลี่ตาคังก้มหน้าดูแฟ้มปัญหาที่ติงอี้เจินทิ้งไว้ พลางสบถออกมาเป็นระยะ
“เลขาธิการหลี่ นายกเขตซุนเหลียนเฉิงขอเข้าพบ บอกว่ามีเรื่องสำคัญมากจะรายงานครับ!”
หลี่ตาคังไม่แม้แต่จะเงยหน้า “สำคัญมากเหรอ? สำคัญแค่ไหนกัน? จะสำคัญไปกว่าเรื่องวุ่นวายที่ไอ้สารเลวติงอี้เจินทิ้งไว้ได้ยังไง?”
เลขาเสี่ยวลวี่เม้มปาก รู้ว่าหลี่ตาคังกำลังอารมณ์เสีย จึงไม่อยากพูดอะไรต่อ แต่ตอนนี้ซุนเหลียนเฉิงกำลังรออยู่หน้าประตู
ยิ่งไปกว่านั้น ดูจากเหงื่อที่ท่วมศีรษะกับสีหน้าร้อนใจของซุนเหลียนเฉิงแล้ว ก็ไม่น่าใช่เรื่องแต่ง
เขาจึงได้แต่พูดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “นายกเขตซุนบอกว่าเป็นเรื่องแผนพัฒนาเมืองจิงโจวของพวกเรา และรอช้าไม่ได้แล้วครับ!”
ร่างของหลี่ตาคังชะงักเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองเลขาที่อยู่ตรงหน้า เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ก้มลงอ่านเอกสารต่อ “ให้เขาเข้ามา”
เลขาลวี่รีบเปิดประตู พาซุนเหลียนเฉิงเข้ามา
“เลขาธิการหลี่! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!”
“ทางเมืองเหยียนไถระงับการสนับสนุนการดึงดูดบริษัทเข้ามาลงทุนให้เราแต่ฝ่ายเดียว!”
“แถมยังส่งเจ้าหน้าที่สำนักพาณิชย์ที่เราส่งไปเรียนรู้งานกลับมาอีกด้วย!”
“เดิมทีเมืองเหยียนไถจะส่งบริษัทขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานมาให้เราอย่างน้อยสามแห่ง แถมยังเป็นบริษัทชั้นนำในแต่ละสาขาด้วย…”
หลี่ตาคังวางเอกสารลง เงยหน้ามองซุนเหลียนเฉิงอย่างหงุดหงิด ก่อนยกมือห้ามเขารายงานต่อ “ซุนเหลียนเฉิง นี่น่ะหรือเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่คุณว่า?”
ซุนเหลียนเฉิงไม่คิดว่าหลี่ตาคังจะตอบแบบนี้ “เรื่องนี้ยังไม่สำคัญอีกเหรอครับ?”
“บริษัทขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานทั้งสามแห่งนี้จะช่วยแก้ปัญหาการจ้างงานให้คนในเมืองจิงโจวได้เป็นหมื่นคน แถมยัง…”
“พอเลย!”
“ถ้าคุณช่วยแก้ปัญหาให้ผมไม่ได้ก็ช่าง แต่อย่ามาสร้างปัญหาเพิ่มตอนนี้ได้ไหม?”
“ปัญหากองโตที่เจ้าหน้าที่ทุจริตอย่างติงอี้เจินทิ้งไว้ คุณก็ไม่จัดการ ปัญหาโรงงานต้าฟงก็ไม่จัดการ นี่คุณเป็นอะไรหรือเปล่า? เอาแต่สนใจเรื่องขี้ปะติ๋ว!”
“ช่วยสนใจเรื่องสำคัญหน่อยได้ไหม!”
“ผมถามหน่อย เรื่องโรงงานต้าฟงคุณคิดวิธีแก้ไว้หรือยัง?”
“เลขาธิการซากลับจากลงพื้นที่แล้ว เรื่องเจ้าหน้าที่ทุจริตติงอี้เจินก็ยังจัดการไม่ได้ ทำให้ผมเสียหน้าไปหมด ถ้าจัดการเรื่องโรงงานต้าฟงไม่ได้อีก คุณจะให้ผมเอาหน้าไปพบเลขาธิการซาได้ยังไง?”
ซุนเหลียนเฉิงสูดหายใจลึก สีหน้าขมขื่น “เลขาธิการหลี่ เรื่องติงอี้เจินหัวหน้าเฉินกับผู้อำนวยการฉีไม่ได้กำลังสอบสวนอยู่แล้วหรือครับ? ได้ยินว่าคืบหน้าแล้ว ขอแค่จับติงอี้เจินกลับมาได้ก็แก้ปัญหาได้”
“ส่วนเรื่องโรงงานต้าฟง ผมก็อยากแก้เหมือนกัน แต่เขตไม่มีเงินจริง ๆ จะจัดการเรื่องยุ่งยากนี่ ผมวางแผนว่าจะรอให้บริษัททั้งสามแห่งจากเมืองเหยียนไถเข้ามาก่อน แล้วให้พวกเขาชำระภาษีล่วงหน้าเพื่ออุดช่องโหว่นี้ แต่จู่ ๆ ทางเมืองเหยียนไถก็ทำแบบนี้ ผมเองก็ตั้งตัวไม่ทันครับ”
หลี่ตาคังฟังแล้วแปลกใจเล็กน้อย “บริษัทสามแห่งที่เมืองเหยียนไถส่งมา จะสร้างรายได้ภาษีได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ?”
ซุนเหลียนเฉิงพยักหน้าแรง ๆ “ได้ครับ!”
“แค่ดึงบริษัทเข้ามาได้ ภาษีที่จ่ายในหนึ่งปีก็พอแก้ปัญหาการจัดหางานให้พนักงานโรงงานต้าฟงแล้ว!”
เดิมทีหลี่ตาคังไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก แต่พอฟังถึงตรงนี้ก็เริ่มสนใจ “คุณไม่ได้ติดต่อทางเมืองเหยียนไถเหรอ? ไม่ได้ถามหรือว่าทำไมจู่ ๆ ถึงไม่ย้ายบริษัทมาที่เมืองจิงโจวของเราแล้ว?”
ซุนเหลียนเฉิงถอนหายใจ “ผมติดต่อแล้วครับ แต่เฉินหยาง ผู้อำนวยการสำนักพาณิชย์เมืองเหยียนไถบอกว่าเป็นการปรับแผนยุทธศาสตร์โดยรวมของคณะกรรมการพรรคประจำเมือง พวกเขาไม่เพียงจะไม่ส่งบริษัทมาสนับสนุนเราในปีนี้ ต่อไปก็จะไม่ส่งมาอีกแล้ว”
“อีกอย่าง ผมถามสำนักพาณิชย์ของอีกหลายเมืองแล้ว เมืองเหยียนไถยกเลิกการสนับสนุนให้พวกเขาดึงบริษัทเข้ามาเหมือนกัน!”
“หรือว่า…เลขาธิการหลี่จะลองติดต่อเลขาธิการพรรคประจำเมืองเหยียนไถดูครับ?”
“แผนนี้ตกลงกันไว้ตั้งแต่ตอนที่เขายังเป็นนายกเทศมนตรีเมืองเหยียนไถ”
หลี่ตาคังลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ตอนแรกเขายกหูโทรศัพท์ขึ้นมาแล้ว แต่สุดท้ายก็วางลง “ผมเป็นเลขาธิการพรรคประจำเมืองระดับรองมณฑล ทั้งยังเป็นกรรมการประจำคณะกรรมการพรรคประจำมณฑลฮั่นตง เรื่องเล็กแค่นี้จะให้ผมเป็นคนไปติดต่อเองเหรอ?”
“เดี๋ยวคนอื่นจะคิดว่าเมืองจิงโจวของเราขาดเมืองเหยียนไถแล้วเดินต่อไม่ได้หรือไง”
“แต่เลขาธิการหลี่ เรื่องนี้เกี่ยวกับการจัดการข้อพิพาทระหว่างโรงงานต้าฟงกับบริษัทซานสุ่ยนะครับ! ตอนนั้นคุณเป็นเลขาของเลขาธิการจ้าว ส่วนเขาเป็นเลขาของรองเลขาธิการเหลียง ขอแค่คุณเอ่ยปาก เขาต้องเห็นแก่หน้าคุณแน่!”
หลี่ตาคังแค่นหัวเราะ “คุณยังจำได้ด้วยเหรอว่าผมเคยเป็นเลขาของเลขาธิการจ้าว? สมัยนั้นเขาก็สู้ผมไม่ได้ ตอนนี้ก็ยังสู้ผมไม่ได้ แล้วจะให้ผมไปขอร้องเขาเนี่ยนะ?”
“……”
ซุนเหลียนเฉิงมองหลี่ตาคังด้วยแววตาจนใจ
ป่านนี้แล้วยังถือทิฐิอยู่อีก
จังหวะนั้นเอง เลขาเสี่ยวลวี่รับโทรศัพท์สายหนึ่ง ก่อนเดินมาหาหลี่ตาคัง “เลขาธิการหลี่ คุณเกาเสี่ยวฉิน เจ้าของบริษัทซานสุ่ยอยากพบครับ ตอนนี้รออยู่ข้างนอกแล้ว!”
หลี่ตาคังขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ เกาเสี่ยวฉินมาถึงตอนนี้ คงมาเร่งเรื่องการรื้อถอนโรงงานต้าฟงอีกแน่
ตอนนี้เรื่องโรงงานต้าฟงมาถึงจุดที่ต้องจัดการแล้ว หลี่ตาคังจึงพูดทันทีว่า “พาเธอเข้ามา!”
ซุนเหลียนเฉิงเห็นแล้วก็ยิ่งพูดไม่ออก
เวลานี้หลี่ตาคังไม่หลบหน้าเกาเสี่ยวฉิน เท่ากับเปิดโอกาสให้เธอกดดันไม่ใช่หรือไง?
หนึ่งนาทีต่อมา เกาเสี่ยวฉินผู้สง่างามเดินสวมรองเท้าส้นสูงเข้ามาในห้องทำงานของหลี่ตาคัง
“เลขาธิการหลี่”
“อ้าว นายกเขตซุนก็อยู่ด้วยเหรอ? แบบนี้ฉันก็ไม่ต้องเที่ยวไปร้องทุกข์ทีละที่แล้วสินะ”
หลี่ตาคังผายมือให้เกาเสี่ยวฉินนั่ง ก่อนถามว่า “คุณเกา มาที่นี่เพราะเรื่องโรงงานต้าฟงใช่ไหม?”
เกาเสี่ยวฉินพยักหน้า “คุยกับเลขาธิการหลี่นี่ประหยัดแรงดีจริง ๆ”
“บริษัทซานสุ่ยของเราจ่ายค่าชดเชยจัดหาที่อยู่ให้พนักงานโรงงานต้าฟงครบถ้วนมานานแล้ว”
“กำหนดการรื้อถอนที่เราทำสัญญากับไฉ่เฉิงกง ผู้อำนวยการโรงงานต้าฟง ก็ผ่านมาเดือนหนึ่งแล้ว”
“ทีมก่อสร้างของเราตอนนี้ไม่มีงานทำ แต่บริษัทซานสุ่ยยังต้องจ่ายเงินเดือน พวกเราแบกรับต่อไม่ไหวแล้วจริง ๆ!”
“ถ้ายังยืดเยื้อแบบนี้ต่อไป สภาพคล่องของบริษัทเราจะขาดสะบั้น ถึงตอนนั้นบริษัทซานสุ่ยทั้งบริษัทอาจล้มครืนในชั่วข้ามคืน!”
เกาเสี่ยวฉินทำท่าราวกับกำลังตัดพ้อ แต่ที่จริงคำพูดทุกคำเต็มไปด้วยการข่มขู่!
บริษัทซานสุ่ยถือเป็นบริษัทชั้นนำของเมืองจิงโจว หากบริษัทล้มละลายขึ้นมา ก็อาจเกิดผลกระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่จนผู้คนจำนวนมากเดือดร้อน!
และนั่นจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของเมืองจิงโจว!
ถึงขั้นกระทบรายได้ภาษีของเมืองจิงโจวด้วย
หลี่ตาคังไม่มีทางยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น เขาหันไปมองซุนเหลียนเฉิงทันที “ซุนเหลียนเฉิง คนงานโรงงานต้าฟงได้รับเงินชดเชยแล้ว ทำไมยังประท้วงอีก?”
ซุนเหลียนเฉิงถอนหายใจ “โรงงานต้าฟงใช้เทคโนโลยีการผลิตล้าหลัง ถูกคัดออกไปนานแล้ว หลายปีมานี้มีหนี้สินไม่น้อย พอเงินชดเชยเข้าบัญชี ธนาคารก็หักไปชำระหนี้เงินกู้หมดครับ”
เกาเสี่ยวฉินกล่าวว่า “นายกเขตซุน ธนาคารหักเงินไปชำระหนี้ไม่เกี่ยวกับพวกเราใช่ไหมคะ? เขตกับเมืองก็ไม่ควรปล่อยให้ปัญหาของโรงงานต้าฟงมากระทบพวกเราด้วยใช่ไหม?”
“คุณเกา ทางเขตไม่เคยขัดขวางการรื้อถอนโรงงานต้าฟงเลย”
เกาเสี่ยวฉินหัวเราะเบา ๆ “ทางเขตไม่ได้ขัดขวางก็จริง แต่คนงานโรงงานต้าฟงขัดขวางต่างหาก! นี่มันยุคสันติแล้ว วันนี้พวกเราไปเริ่มรื้อถอน กลับถูกพวกเขาไล่ตะเพิดออกมาด้วยจอบกับท่อเหล็ก!”
“แม้แต่รถขุดของเรายังถูกทุบพัง!”
“หลังแจ้งตำรวจ ทางสถานีตำรวจเมืองก็ส่งคนมาแค่พอเป็นพิธี แต่ไม่ได้ทำอะไรเลย พวกเราก็ยังรื้อถอนไม่ได้!”
“ถ้ายังปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ฉันจะไปร้องทุกข์กับเลขาธิการซาคนใหม่แล้วนะคะ!”
