“ทุกท่านอย่าได้ขวางข้าเลย ภูเขาและสายน้ำย่อมมีวันบรรจบ ปล่อยให้เป็นเช่นนี้เถิด”
หันกายกลับ ฉินหมิงก็เดินจากวังหลวงไป
มองแผ่นหลังที่เด็ดเดี่ยวแน่วแน่นี้
เฉินซื่อเม่าและเฉียนไฉกับขุนนางฝ่ายคุณธรรมกลุ่มหนึ่งต่างปวดใจยิ่งนัก ขอบตาแดงก่ำ
ยังมีขุนนางอีกส่วนหนึ่งที่แววตาเป็นประกาย ในใจกระหยิ่มยินดี
เมื่อไท่จื่อจากไป ในราชสำนักก็ขาดศัตรูคู่อาฆาตไปหนึ่งคน
ชีวิตของพวกเขาจะผ่อนคลายลงมากโข!
เซียวซูเฟยที่ถูกจักรพรรดิแห่งต้าฉานโอบอยู่ในอ้อมอกหลุบตาลงต่ำ ไม่ปรากฏแววหดหู่ใด ๆ
กลับมีท่าทีโล่งอกเหมือนแผนการชั่วร้ายสำเร็จ
นางรอคอยช่วงเวลานี้ มานานแสนนาน!
ทุกอย่างยุติลง หนทางเบื้องหน้าของ老九* ย่อมราบรื่นดังทางหลวง!
“กรมสรรพพิธี จงร่างราชโองการ!”
จักรพรรดิแห่งต้าฉานเสด็จกลับสู่ท้องพระโรง รับสั่งออกคำสั่งโดยตรง
“ในเมื่อไม่ใช่ไท่จื่อแล้ว ครั้งนี้ผู้ใดก็อย่าได้ไปส่ง!”
ฉินหมิงเป็นองค์ชาย ตามราชประเพณีแล้ว การเดินทางไปยังดินแดนศักดินาเพื่อป้องกันชายแดนจะต้องมีขุนนางไปส่ง
แต่ตอนนี้จักรพรรดิแห่งต้าฉานกำลังทรงกริ้วอย่างเห็นได้ชัด
รับสั่งให้เรื่องทั้งหมดยุติเด็ดขาด ไม่ยอมมอบราชประเพณีของราชวงศ์ให้ฉินหมิงอีก
ราชเลขากรมสรรพพิธีโจวหลี่เป็นศัตรูคู่อาฆาตของฉินหมิง ทั้งสองมีเรื่องบาดหมางกันมานาน
ครั้นได้รับพระบัญชาก็รีบสาวเท้าออกมาทูลว่า
“พ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!”
แต่แล้วเขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้
รีบเปิดปากทูลว่า
“ถูกแล้วฝ่าบาท บุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่แห่งยุทธภัยพิบัติมิใช่กำลังจะอภิเษกกับองค์ชายเร็ว ๆ นี้หรือพ่ะย่ะค่ะ เรื่องนี้ควรจะรีบจัดการเสียหรือไม่?”
รองเจ้ากรมพระกลาโหมหลิวอวิ๋นปั๋วรีบทูลว่า
“ฝ่าบาท การพระราชทานสมรสของท่านแม่ทัพใหญ่แห่งยุทธภัยพิบัตินั้น เป็นการอภิเษกกับไท่จื่อองค์ปัจจุบัน บัดนี้องค์ชายมิได้เป็นไท่จื่อแล้ว กระหม่อมเห็นว่า ควรยกเลิกการหมั้นหมายนี้!”
ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งยุทธภัยพิบัติเป็นขุนพลผู้เกรียงไกรแห่งแคว้นต้าฉาน นามว่ากวนเจิ้นซาน
แต่กลับเสียชีวิตในสนามรบระหว่างปกป้องชายแดนทางเหนือ ต้านทานการรุกรานของแคว้นเหลียวทางเหนือ
เพื่อให้คำตอบแก่ครอบครัวของจวนแม่ทัพยุทธภัยพิบัติ
แม่หม้ายและลูกกำพร้ากลุ่มนี้ ก็ถูกจักรพรรดิแห่งต้าฉานโยนมาให้ฉินหมิง
นี่ก็เป็นงานที่ยากลำบากเช่นกัน
ผู้อื่นอภิเษกสมรส ล้วนหาผู้มีอำนาจและอิทธิพล สามารถช่วยประคับประคองไท่จื่อขึ้นสู่ตำแหน่งใหญ่
แต่พอถึงคิวฉินหมิง กลับถูกใช้มารองรับภาระให้ราชวงศ์
บุญคุณนี้จักรพรรดิแห่งต้าฉานขายให้แก่ตระกูลกวน
ราษฎรและขุนนางทั้งหลายเห็นว่าแม่ทัพใหญ่แห่งยุทธภัยพิบัติสละชีพเพื่อชาติ ตระกูลกวนก็ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ต่างกล่าวคำสรรเสริญยกย่อง
สิ่งที่ต้องสูญเสียกลับตกเป็นของฉินหมิง
หลายคนรู้สึกว่าการสมรสครั้งนี้ไม่เหมาะสม
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อตกอยู่บนตัวไท่จื่อ ก็ยิ่งไม่เหมาะสม
แต่จักรพรรดิแห่งต้าฉานมิได้สนใจมากนัก ภายใต้เสียงกระซิบข้างหมอนของเซียวซูเฟย ก็รีบจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จ
อีกไม่ถึงสามวัน ฉินหมิงก็จะอภิเษกกับบุตรสาวของท่านแม่ทัพใหญ่แห่งยุทธภัยพิบัติ
“บุตรสาวของตระกูลกวนนั่น…”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ จักรพรรดิแห่งต้าฉานก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ดูเหมือนรู้สึกว่าดำเนินการได้ยาก
เซียวซูเฟยที่นั่งอยู่ด้านข้าง กลับมีใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล
เดิมทีการพระราชทานสมรสครั้งนี้ให้ฉินหมิง สามารถตัดโอกาสที่เขาจะได้รับความช่วยเหลือใด ๆ จากเส้นทางสายสมรส
หากให้โอกาสอื่นแก่เขา เด็กคนนี้อาจยังได้คบหาตระกูลใหญ่อีก
นั่นย่อมเป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อโอรสของตนเอง
เมื่อคิดได้ดังนี้ เซียวซูเฟยจึงรีบส่งสายตาให้ขุนนางเบื้องล่างสองสามคน
เจ้าหน้าที่พิธีการในสายของเซียวซูเฟย นามว่าจ้าวสี่ ก้าวออกมาทูลว่า
“ฝ่าบาท การพระราชทานสมรสเป็นเรื่องใหญ่ จะเปลี่ยนไปมาเยี่ยงธงในลมได้อย่างไร!”
“บัดนี้ผู้คนในเมืองหลวงต่างพากันโห่ร้องสรรเสริญ ราษฎรนับหมื่นขับขานบทกวีสดุดีพระองค์ กล่าวยกย่องว่าพระองค์ทรงเห็นอกเห็นใจทหารบาดเจ็บ ทรงมีเมตตาต่อสตรีในตระกูลกวนยิ่งนัก!”
“บัดนี้ด้วยเหตุที่ฐานะไท่จื่อเปลี่ยนแปลง ก็จะยกเลิกการหมั้นหมายเสีย มิเป็นการให้ใต้หล้ามองเป็นเรื่องขบขันของราชสำนักเราหรือ?”
คำพูดนี้ออกมา จักรพรรดิแห่งต้าฉานก็ทรงพยักพระพักตร์ทันที
แต่ราชเลขากรมพระคลังเฉียนไฉกลับก้าวออกมา เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจทูลว่า
“ฝ่าบาท ในเมื่อองค์ชายถูกส่งไปป้องกันชายแดนแล้ว การหมั้นหมายนี้จะนับถือได้อย่างไร? หรือจะให้ทั้งสองแต่งงานแล้วก็แยกจากกันคนละฟากฟ้า?”
“ถึงเวลานั้นเกรงว่าสถานะของตระกูลกวนก็คงไม่ดี ทั้งยังต้องก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไม่น้อย!”
จักรพรรดิแห่งต้าฉานทรงกริ้วขึ้นมา
ทรงฟาดพระหัตถ์ลงบนโต๊ะอย่างแรง พลางคำรามว่า
“ไร้สาระ! ทำก็ไม่ใช่ ไม่ทำก็ไม่ใช่! พวกเจ้าว่าควรทำเช่นไร?!”
เซียวซูเฟยรีบก้าวออกมา ทูลปลอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ฝ่าบาท จะต้องลำบากถึงเพียงนี้เชียวหรือ ให้ฉินหมิงเลือกเองก็สิ้นเรื่องมิใช่หรือ?”
จักรพรรดิแห่งต้าฉานพระวรกายชะงัก ทรงตบพระหัตถ์ทันทีว่า
“ใช่แล้ว ให้ลูกทรพีนี่เลือกเองเถอะ!”
“ต่อไปอย่าเอาเรื่องของเขามารบกวนข้าอีก!”
……
ในท้องพระโรง ผู้คนทั้งปวงต่างมองเซียวซูเฟยด้วยความคิดที่แตกต่างกันไป
หญิงพิษนี่!
ตอนนี้กำลังบีบให้ฉินหมิง สละการหมั้นหมายของตระกูลกวนที่เหมือนซี่โครงไก่ด้วยตัวเอง!
ต่างรู้ดีว่าตระกูลกวนไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใด ๆ แก่ฉินหมิงได้เลย ท่านแม่ทัพใหญ่แห่งยุทธภัยพิบัติก็เสียชีวิตไปแล้ว
ในอนาคตไม่กี่ปี ตระกูลกวนจะตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว
การจะอยู่ในเมืองหลวงต่อไปได้หรือไม่ยังเป็นที่สงสัย
หากตอบตกลงการหมั้นหมายนี้ ก็จะกินตำแหน่งภรรยาเอกของฉินหมิง
ตั้งแต่นั้นไปหากเขาจะแต่งงานอีก ก็ทำได้เพียงรับอนุภรรยา…
ตระกูลใหญ่ใด ๆ ก็ไม่ยินดีให้บุตรสาวผู้สูงศักดิ์ของตน ลดฐานะเป็นอนุภรรยา
เช่นนั้น ฉินหมิงในราชสำนัก ก็ไม่อาจได้รับทรัพยากรผ่านทางนี้ได้อีก
แต่หากฉินหมิงปฏิเสธการสมรสนี้
จักรพรรดิแห่งต้าฉานยังคงรักษาชื่อเสียงอันดีไว้ได้
ชื่อเสีย กลับตกเป็นของฉินหมิง!
“ช่างเป็นแผนการที่อาฆาตร้ายกาจนัก…!”
เฉินซื่อเม่ากำหมัดแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
เฉียนไฉและคนอื่น ๆ ก็มองเซียวซูเฟยอย่างลึกซึ้ง
การมีหญิงผู้นี้อยู่ข้างกายจักรพรรดิแห่งต้าฉาน การจากไปของไท่จื่อ อาจไม่ใช่ทางเลือกที่เลวร้าย
หลังจากตัดสินใจเรื่องนี้
ไม่นาน ขุนนางหลายคนก็มาที่จวนตระกูลกวนหลังการเข้าเฝ้าสิ้นสุด
กวนเจิ้นซานมีบุตรชายสามคน บุตรสาวหนึ่งคน
แต่บุตรชายทั้งสาม กลับเสียชีวิตทั้งหมดในสนามรบ
นี่ทำให้จวนใหญ่ของตระกูลกวน แทบจะเต็มไปด้วยสตรีทั้งสิ้น
ฮูหยินใหญ่แห่งตระกูลกวน นามสกุลเฉิน กำลังนั่งอย่างสง่าอยู่ในลานเรือน
พร้อมกับคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลกวน กวนเยว่ และสาวใช้สองสามคนที่อยู่เป็นเพื่อนกินขนม
“ฮูหยิน เฉินซื่อเม่าและเฉียนไฉมาขอพบ”
คนรับใช้คนหนึ่งเดินเข้ามารายงานเรื่องนี้กับทั้งสอง
“พวกเขามาทำไม?”
กวนเยว่ขมวดคิ้วน้อย ๆ ใบหน้างดงามล่มเมือง ฉาบไว้ด้วยความเยือกเย็นในทันใด
นางไม่ชอบการหมั้นหมายที่ราชสำนักยัดเยียดให้
“ให้พวกเขาเข้ามาก่อนเถิด”
ฮูหยินเฉินค่อย ๆ สั่ง ไม่นานเฉียนไฉและเฉินซื่อเม่าก็มาถึงในลานเรือน
“ท่านทั้งสอง เรื่องร้ายแล้ว! ไท่จื่อไปแตะต้องความกริ้วของฝ่าบาทในท้องพระโรงเมื่อไม่นานมานี้ ถูกเนรเทศไปป้องกันชายแดนที่หลิงหนาน!”
ทั้งสองมีมิตรภาพอันลึกซึ้งกับท่านแม่ทัพใหญ่แห่งยุทธภัยพิบัติ จึงร้อนใจมาแจ้งข่าว
“อะไรนะ?!”
ฮูหยินเฉินลุกพรวดขึ้นยืน
ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ
นั่นมันไท่จื่อ เหตุใดจึงทำเรื่องโง่เขลาเช่นนี้?
กวนเยว่เลิกคิ้วถามว่า
“เช่นนั้นการหมั้นหมายของเราล่ะ?”
“ผ่านการหารือในท้องพระโรง การหมั้นหมายครั้งนี้ให้องค์ชายเลือกด้วยตนเอง แต่ข้าเดาว่าเขาคงจะ…”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เฉินซื่อเม่ามีท่าทีลังเล
ใคร ๆ ก็รู้ว่า ตระกูลกวนเป็นภาระถ่วง
เรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้ว
โครม!
กวนเยว่ปากล่องขนมในมือลงด้วยความโกรธ พลางหัวเราะเย็นว่า
“ตระกูลกวนของข้าไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมถึงเพียงนี้เชียว?”
“ไม่ต้องรอให้เขามาถอนหมั้นถึงบ้าน! ตระกูลกวนรับความอัปยศนี้ไม่ไหว!”
“ข้าจะไปหาเขาเอง!”
จิตใจของเฉินซื่อเม่าและเฉียนไฉต่างจมดิ่ง รีบส่งสายตาให้ฮูหยินเฉิน
ฮูหยินเฉินกลับเหมือนไม่เห็น เงียบ ๆ เก็บขนมบนโต๊ะ
“ช่างเถิด เราก็ถือว่าไม่มีการหมั้นหมายนี้”
“ท่านแม่ ตระกูลกวนไม่ต้องเกาะอำนาจวาสนาใด ๆ ทั้งสิ้น แค่แม่ลูกเราก็มีชีวิตอยู่ได้!”
กวนเยว่ก้าวออกจากจวน มุ่งหน้าไปยังจวนไท่จื่อด้วยโทสะ!