เหล่าองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังมองนายกองของตน จู่ ๆ ก็เริ่มตีสนิทกับองครักษ์ที่ร่างราวกับภูเขาลูกเล็กผู้นี้
องครักษ์ทั้งเก้ามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่กล้าก้าวเข้าไปรบกวน
เอาเถิด ให้ทั้งสองได้รื้อฟื้นความหลังกันก่อนค่อยประมือก็แล้วกัน
แต่คุณชายรองสกุลชุย?
นั่นมิใช่คุณชายรองผู้โง่งมแห่งจวนเหวินติ้งโหวหรอกหรือ? คนตรงหน้าคือคนโง่นั้นงั้นหรือ?
เขาไม่โง่แล้ว?
เจียงจวิ้นถามด้วยความฉงน “ไอ้หนุ่มน้อย เจ้าหายดีได้อย่างไร? แล้ววันนี้เกิดอะไรขึ้น? เหตุใดเจ้าจึงมาเป็นองครักษ์ที่ตระกูลฉิน?”
“คุณหนูรองฉินเป็นผู้รักษาข้า” ชุยรองตอบด้วยน้ำเสียงซื่อตรง “ดังนั้นข้าจึงมาทำหน้าที่เป็นองครักษ์ให้คุณหนูรอง ฮูหยินผู้เฒ่าแห่งตระกูลฉินรังแคฮูหยินรอง ให้นางปรนนิบัติยามป่วยทั้งคืนไม่ให้หลับ กลางวันก็ไม่ให้นางกลับเรือน คุณหนูรองนึกว่าฮูหยินผู้เฒ่าป่วยใกล้ตายจริง ๆ จึงเรียกบรรดาเจ้านายสกุลฉินมาปรนนิบัติยามป่วย”
เรื่องเปลี่ยนอายุขัยอันพิสดารที่เกิดกับตน ไม่เหมาะจะเล่าให้ผู้อื่นฟัง
คนในครอบครัวจึงลงความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า ตราบใดที่คุณหนูรองฉินยังไม่ปริปาก พวกเขาก็จะบอกคนนอกเพียงว่าคุณหนูรองเป็นผู้รักษาเขาจนหาย
เรื่องอื่นมิต้องพูดให้มากความ
เจียงจวิ้นขมวดคิ้ว “กลับกลายเป็นเช่นนี้น่ะหรือ?”
พวกเขาคือองครักษ์ประจำจวนอ๋อง แต่หวังเฟยกลับให้พวกเขามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องในเรือนหลังของสกุลเดิม ทั้งยังเป็นความลับอัปยศในเรือนหลังเช่นนี้
เขาก็มองออกแก่ใจ มิใช่เพราะคุณหนูรองฉินมีเจตนาดีเรียกคนสกุลฉินมาปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่าหรอก เป็นเพราะเห็นฮูหยินผู้เฒ่าทำร้ายฮูหยินรองเช่นนี้ จึงตอบโต้เอาคืนเท่านั้น
