ฉินเจาเฉียงเดินถึงปากลานเรือนแล้ว ผู้คนในสกุลฉินที่อยู่ในห้องเพิ่งได้สติ
ทุกคนเงยหน้าขึ้นอย่างเลื่อนลอย ขอบตาดำคล้ำราวกับจะหยดน้ำหมึกออกมา ดวงตาที่ปรือขึ้นก็เต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดง
ฉินหยวนโจวพบว่าบุตรสาวทรพีของตนออกไปแล้วในยามเคลิ้มเลือน จึงลุกขึ้นโซเซจะเดินตามออกไป
“ฟ้ามืดแล้ว ไปศาลากลาง ไปนอน”
เริ่มเพ้อพกแล้ว ยังเดินไม่ถึงประตูก็ทรุดตัวลงไปนอนแน่นิ่งบนพื้น
คนอื่น ๆ ก็ไม่สู้ดีนัก ต่างทรุดลงนอนเกือบทุกคน
อนุหวงและโจวชื่อมีท่าทีดีหน่อย อยากจะเอ่ยปากด่าอยู่บ้าง แต่คำพูดยังไม่ทันพ้นปาก ก็หมดแรงพับลงนอนบนโต๊ะเตี้ย
เสียงกรนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเรือน
ฉินเจาเฉียงและฉินอวิ่นหงมีวิชาติดตัวอยู่บ้าง ทั้งสองจึงพอจะฝืนต่อไปได้
ในดวงตาของฉินอวิ่นหงมีเส้นเลือดฝอยแดงมากที่สุด เกือบทั่วเบ้าตาเป็นสีแดงฉาน
“พี่ใหญ่ ข้าจะฆ่านาง ข้าจะต้องฆ่านางให้ได้!” เขากัดฟันกรอด เลือดไหลซึมที่มุมปาก
ความอัปยศอดสูหลายวันมานี้ทำให้เขาจดจำไปชั่วชีวิต หากไม่กำจัดฉินเจาเฉียง ก็ยากจะระบายความแค้นในใจ!
เมื่อใดที่นางตกอยู่ในเงื้อมมือของเขา จะต้องถลกหนังชำแหละเส้นเอ็น ทรมานนางจนอยากตายเสียดีกว่าอยู่!
ฉินเจาเฉียงสะกดความง่วงงุน ขมวดคิ้วกล่าวว่า “อย่าเพิ่งบุ่มบ่าม รอให้พรุ่งนี้ท่านพ่อกับท่านน้าตื่นขึ้นก่อน ข้าจะปรึกษากับท่านพ่อ นางมีเรื่องพิกลบางอย่าง ทั้งสองคนมีวิชากลับสู้ไม่ได้
นางต้องมีวิชาติดตัวเป็นแน่ เกรงว่าตลอดแปดปีที่นางอยู่ที่หมู่บ้านเถาฮวาคงจะได้วาสนาบางอย่างมา ข้าและท่านพ่อจะส่งคนไปสืบเรื่องของนางที่หมู่บ้านนั้นอย่างละเอียด”
