นางเจิ้งจำได้แม่นว่าฮูหยินผู้นั้นเป็นผู้ใด
คือฮูหยินเย่แห่งสกุลเจิน มารดาของเจินหว่านถัง
นางเย่ย่างกรายมาถึงข้างกายนางเจิ้ง นั่งลงยังที่ว่างเปล่าเคียงข้าง กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ฮูหยินรองสกุลฉินคงไม่รังเกียจที่ข้านั่งชิดใกล้ด้วยกระมัง"
นางเจิ้งรู้สึกราวกับได้รับการเชิดชูอย่างไม่คาดฝัน "ไม่รังเกียจเป็นแน่ เชิญฮูหยินเจินนั่งเถิด"
นางจะเคยมีโอกาสได้สนทนากับเหล่าฮูหยินแห่งตระกูลสูงศักดิ์ในเมืองหลวงเช่นนี้มาแต่เมื่อใด
พวกนางล้วนแต่ไม่เคยคิดหันมาหาเรื่องสนทนากับนางก่อนเลยด้วยซ้ำ
นางเย่นั่งข้างนางเจิ้ง มองดูบุตรสาวที่อยู่ไกลๆ ด้วยรอยยิ้ม พร้อมด้วยคุณหนูรองสกุลฉินและฮุ่ยเจี่ยเอ๋อที่อยู่ใกล้กัน
คุณหนูรองสกุลฉินกำลังสอนฮุ่ยเจี่ยเอ๋อถึงวิธีใช้แรงอย่างชาญฉลาดให้ปาลูกธนูลงไหได้แม่นยำยิ่งขึ้น
เจินหว่านถังและอวิ๋นจือก็ตั้งใจฟังอยู่ข้างๆ เช่นกัน
มารดาทั้งสองมองดูบุตรสาวของตน ใบหน้าเต็มเปี่ยมด้วยความรักใคร่ที่ไม่อาจปกปิด
นางเย่รู้สึกซาบซึ้ง "คุณหนูรองสกุลฉินช่างน่าทึ่งยิ่งนัก ทุกคนล้วนดูจะชื่นชอบนาง"
แม้แต่นางยังรู้สึกเลื่อมใสในตัวคุณหนูรองสกุลฉิน
หาใช่เพียงนางเท่านั้น ทั้งสกุลเจินล้วนชื่นชอบคุณหนูรองสกุลฉินอย่างยิ่ง
เรื่องของน้องสะใภ้ของนางนั้น ต่างก็เล่าลือกันไปต่างๆนานา บ้างก็ว่าสองพ่อลูกแห่งจวนฉิงเหอป๋อไร้ซึ่งจิตสำนึกแห่งความดีงามจึงได้รับผลกรรมตามสนอง บ้างก็ว่าหย่วนเกอเอ๋อร์เข้าฝันน้องสะใภ้ กลับกลายเป็นวิญญาณพยาบาทเข้าสิงบุตรชายอนุภรรยาแห่งจวนฉิงเหอป๋อเพื่อล้างแค้น
กระทั่งสองสามวันนี้ ยังมีคำเล่าลืออันไร้สาระแพร่สะพัดออกมา
ถึงกับกล่าวว่าหย่วนเกอเอ๋อร์เข้าสิงซู่เซิ่นสังหารฉิงเหอป๋อ กล่าวหาว่านั่นคือบิดาผู้ให้กำเนิด หย่วนเกอเอ๋อร์เข้าสิงบิดาแล้วปลงชีวิต ถือเป็นอกตัญญูอันใหญ่หลวง เกรงว่าวิญญาณจักแตกสลายสูญสิ้น
