สายลมโชยพัดพาไอเย็นเยียบพัดผ่านลานเรือนต่าง ๆ ของจวนฉิงเหอป๋อ
ไม่นานก็มาถึงหน้าเรือนของซู่เซิ่น
ภายในห้อง ซู่เซิ่นกำลังนอนหลับสนิท
อันที่จริง หลายวันที่ถูกจับไปขังที่ศาลาว่าการจิงเจ้า เขาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เกิดความคิดหวาดหวั่นนับไม่ถ้วน
กลัวว่าจะมีหลักฐานถูกนำขึ้นสู่ศาลาจริง ๆ และตัดสินลงโทษเขา
กลัวว่าการเรียนอย่างขะมักเขม้นตลอดหลายปีจะสูญเปล่า
กลัวว่าเส้นทางอนาคตอันสดใสจะถูกทำลายลงเพียงนี้
หลายวันที่จวนป๋อถูกสาดน้ำครำ เขาก็ทุกข์โศก หวั่นเกรงว่าชื่อเสียงของตนจะได้รับผลกระทบ
หลายวันมานี้ เขานอนหลับไม่สนิท หลับได้เพียงชั่วยามสองชั่วยามก็สะดุ้งตื่น
วันนี้เรื่องราวคลี่คลายในที่สุด
เขาปล่อยวางทั้งกายใจ ในที่สุดก็ได้นอนหลับสนิทสักที
เสียงเคาะยามบอกเวลายามจื่อดังสนั่น ทว่าไม่ทำให้เขารู้สึกอยากจะเข่นฆ่าใครเหมือนหลายวันก่อน วันนี้เสียงเคาะยามกลับทำให้ซู่เซิ่นหลับลึกและวางใจยิ่งนัก
รุ่งเช้าตื่นขึ้นมา บิดาไปรับมารดากลับมา ทุกอย่างก็จะกลับคืนสู่หนทางปกติ
ภายหน้าตนจะได้เป็นบุตรเพียงผู้เดียวของจวนฉิงเหอป๋อ บิดาอยากหามารดาให้กำเนิดบุตรชายแท้ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว
ในความฝันของซู่เซิ่น ตนเองอยู่ในการสอบจอหงวน บทความได้รับคำชมจากฝ่าบาท ทรงหมายมั่นจะแต่งตั้งให้เขาเป็นจอหงวน
เขาคุกเข่าขอบพระทัย ก้มศีรษะ รอคอยรับพระราชทานรางวัล
ทว่ากลับรู้สึกถึงความผิดปกติบางประการ
เหตุใดในท้องพระโรงจินหลวนจึงเย็นยะเยือกถึงเพียงนี้
ไอเย็นวาบหวิวแทรกซึมเข้าตามรูขุมขน ทำให้เขาหนาวสะท้านไปทั้งร่าง
รู้ว่าไม่ชอบมาพากล ซู่เซิ่นเงยหน้าขึ้นทันใด ก็พบเข้ากับใบหน้าเล็ก ๆ ขาวซีดเย็นชา
ใบหน้านี้ เขาคุ้นเคยนัก
