ฉินเจาซีมิได้มีแก่ใจสนใจงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของพวกคนแก่เลยสักนิด
แน่นอนว่านางรู้ดีว่าวันนี้คนสกุลฉินล้วนไม่ต้องการให้นางไปร่วมงานเลี้ยง
กระนั้นนางก็ยังจะไป
ในงานเลี้ยงมีเรื่องหนึ่งเกิดขึ้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับมารดาของนางอยู่บ้าง
เรือนด้านหน้าของจวนสกุลฉินเป็นที่ต้อนรับแขกโดยเฉพาะ หันหน้าไปทางทิศใต้ มีห้องโถงสำหรับรับแขกสองแห่ง ตั้งอยู่คนละฝั่งของลานบ้าน
แขกบุรุษและสตรีมิได้แยกจากกันอย่างชัดเจน เพียงแต่แยกกันนั่งกินโต๊ะในห้องโถงสองฝั่งของเรือนด้านหน้า
ก่อนเริ่มโต๊ะ แขกบุรุษและสตรีบางส่วนจะพักอยู่ในห้องโถงของตนเพื่อสนทนากัน
ส่วนหญิงสาวและบุรุษหนุ่มอายุน้อยกว่า สามารถพูดคุยและหยอกล้อกันในลานบ้านได้
ลานบ้านของจวนสกุลฉินนี้เดิมทีเป็นรางวัลพระราชทานจากฝ่าบาท
นับเป็นจวนที่ใหญ่ที่สุดในตรอกนี้ ทิวทัศน์ของเรือนหน้าสำหรับต้อนรับแขกก็งดงามยิ่ง
กลางลานบ้าน ด้านหนึ่งเป็นป่าพลัม อีกด้านหนึ่งเป็นป่าไผ่ นอกจากนี้ยังมีแปลงดอกไม้และต้นไม้ที่ช่างผู้ชำนาญคอยดูแลตัดแต่ง
อีกทั้งยังมีสระปลาคาร์ฟสำหรับชมวิว
แม้เรียกกันว่าสระ แต่ก็ใหญ่กว่าสระธรรมดามาก ราวกับทะเลสาบเล็กๆ ภายในเลี้ยงปลาคาร์ฟไว้ฝูงหนึ่ง
กลางทะเลสาบเล็กมีศาลาริมน้ำหลังหนึ่ง ทั้งสี่ด้านแขวนม่านโปร่ง มีสะพานไม้ทอดยาวไปยังศาลา สามารถให้อาหารปลาและชมปลาอยู่ในศาลาได้
และก็เป็นสระปลาคาร์ฟนี่เอง ที่คั่นกลางระหว่างห้องโถงรับรองแขกบุรุษและสตรีในเรือนหน้าทั้งหมด
ณ เรือนด้านหน้า
แขกเหรื่อมาถึงกันเกือบพร้อมหน้าแล้ว
ฉินเจาซีเดินลงจากระเบียงทางเดินมายังเรือนด้านหน้า
ยังไม่ทันเดินเข้าไป ก็ได้ยินเสียงหัวเราะร่าเริงดังมาจากด้านในแล้ว
นางลอดผ่านประตูฉุยฮวาเข้ามา
ด้านข้างเป็นป่าไผ่หนาทึบ
ฉินเจาซียืนอยู่ตรงประตู สำรวจมองหาอยู่ครู่หนึ่ง เพื่อมองหาตัวของนางเจิ้ง
ไม่เห็น นางเจิ้งน่าจะอยู่ในห้องโถงต้อนรับแขกฝั่งสตรีโน่น
จะข้ามไปฝั่งนั้น ต้องเดินผ่านสระปลาคาร์ฟ
ฉินเจาซีเดินมาถึงริมสระปลาคาร์ฟ
