คังเฮ่าจมอยู่กับความคิด สีหน้าเคร่งเครียด พลันประตูห้องก็ถูกผลักเปิดเสียงดังครืน
เขาเงยหน้า เห็นภรรยาท่านโหวแห่งจิ้งหย่วนยืนอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าเย็นชา ด้านหลังมีผู้คนมากมายตามมาติด ๆ รวมทั้งคนของสกุลเซิ่งและบ่าวไพร่กลุ่มหนึ่ง
กระทั่งคุณชายคุณหนูกลุ่มนั้นที่เพิ่งแยกย้ายกันไปเมื่อกว่าครึ่งชั่วยามก่อนยังเดินตามมาเป็นกลุ่มสุดท้าย
สีหน้าคังเฮ่าค่อย ๆ ปรากฏเครื่องหมายคำถาม “?”
เหตุใดคนเหล่านี้จึงมาอยู่ในจวนของตนด้วย
พวกเขาคิดจะทำอะไรกันแน่!
สีหน้าคังเฮ่ายิ่งแย่ลง
“คุณชายใหญ่สกุลคัง” มารดาของเซิ่งฟางฉิงเอ่ยขึ้น “วันนี้ได้ยินข่าวลือเรื่องหนึ่งซึ่งเกี่ยวกับคุณชายใหญ่คัง ข้าจึงมาตามหาความจริง”
“ท่านโหวฮูหยิน!” คังเฮ่าหน้าดำคร่ำเครียด “ไม่ว่าจะเป็นข่าวลือเรื่องใด ท่านก็ไม่ควรพาผู้คนบุกรุกเข้ามายังเรือนของข้าเช่นนี้”
ความเดือดดาลในใจเขายิ่งใหญ่กว่าความตื่นตระหนก
ตนก็เป็นบุตรชายของจวนโหวเช่นกัน คนเหล่านี้กลับกล้าบุกรุกจวนโหว บุกเข้าถึงเรือนของตน บังอาจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีตน ช่างรังแกเกินไปแล้ว!
มารดาของเซิ่งฟางฉิงแค่นเสียงหัวเราะ “เกี่ยวพันกับชีวิตคู่ของบุตรสาวข้า เหตุใดข้าจึงพาคนบุกเข้ามาถามความจริงไม่ได้เล่า”
คังเฮ่าสูดลมหายใจลึก ตระหนักว่าสถานการณ์นี้ เกรงว่าคงยากจะจบลงด้วยดี เว้นแต่จะต้องบีบให้พวกเขาล่าถอยไปเสียก่อน
คังเฮ่ามองไปยังเซิ่งฟางฉิงที่อยู่ข้างกายมารดาของนาง สายตาหนักอึ้ง คิดจะเริ่มลงมือกับเซิ่งฟางฉิงที่จิตใจอ่อนโยนที่สุดก่อน
“ฟางฉิง ข้ามีความรู้สึกเช่นไรต่อเจ้า เจ้าไม่รู้หรือ”
เซิ่งฟางฉิงกล่าว “รู้หน้าไม่รู้ใจ หากเจ้าไร้เดียงสาจริง ก็ให้พวกเราดูฝ่าเท้าของเจ้ากับเด็กนั่นก็สิ้นเรื่อง”
“อยู่ต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้ จะให้พวกเจ้าถอดรองเท้าถุงเท้าของข้า” คังเฮ่าเร่งเสียง
