ฉินอวี่ยกแขนขึ้นขวาง ลำตัวโค้งเอนไปทางซ้าย
“ปัง!”
เสียงทึบดังขึ้น ฉินอวี่ดันชายร่างใหญ่จนถอยไปสองก้าว ส่วนตัวเองยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับ เขารีบยกมือขึ้นตะโกนทันที “พี่ชาย พี่ชาย อย่าทำให้ผมลำบากใจเลย เขตพิเศษหมายเลขเก้ามีพื้นที่เกือบเจ็ดล้านตารางกิโลเมตร มีเจ้าพ่อเต็มไปหมด คุณว่าผมเป็นใครกันล่ะ? จะมาถือสาผมทำไม?”
ชายร่างใหญ่ถูกดันถอยออกไป มือยังถือมีดอยู่ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “นายยังมีฝีมืออยู่เหมือนกันนี่?”
“ผมจะมีฝีมืออะไรล่ะ ผมก็แค่ตำรวจตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง...!” ฉินอวี่ทำหน้าอมทุกข์ เหงื่อผุดเต็มหน้าผาก ก่อนตะโกนไปทางชายชราในรถ “ลุงหม่า เรื่องคดีผมตัดสินใจเองไม่ได้จริง ๆ ลุงช่วยปล่อยผมไปสักครั้งได้ไหม?”
หม่าเฒ่าขมวดคิ้วมองฉินอวี่ พิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนตะโกนบอกชายร่างใหญ่ “อย่าเพิ่งแตะต้องเขา”
ชายร่างใหญ่ถือมีดถอยหลังไปเล็กน้อย
“ในเมื่อแกบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแก งั้นบอกฉันมาว่าใครสั่งให้แกต้องปิดคดีนี้ให้ได้?” หม่าเฒ่าถามราวกับตั้งใจจะกดดันฉินอวี่ให้จนมุม
เมื่อได้ยินคำถาม ฉินอวี่ไม่เพียงไม่โกหก แต่ยังตอบอย่างละเอียดอีกด้วย “เป็นคำสั่งจากกองบัญชาการตำรวจ ให้กองตำรวจจัดการแก๊งค้ายาในเขตถนนดำให้หมดภายในกำหนด หัวหน้ากองหลี่เป็นผู้กำกับดูแลหลัก ส่วนคดีถูกโยนให้ทีมหนึ่ง หยวนเค่อ หัวหน้าหยวน เป็นคนบอกผมว่าต้องทำงานให้เสร็จตามกำหนด”
ทุกคนที่ได้ยินคำตอบของฉินอวี่ต่างอึ้งกันหมด เพราะไม่มีใครคิดว่าเจ้าหนุ่มคนนี้จะไม่แก้ตัวแทนหัวหน้าทีมกับหัวหน้ากองหลี่ แต่กลับเผยเรื่องออกมาหมดอย่างไม่คิดจะรักษาหน้าใคร
