ห้านาทีต่อมา
เบลลาเข้าไปนอนในห้องของแม่กับน้องสาว ส่วนฉีหลินพาอาหลงเข้ามาในห้องของตัวเอง
“ใช้ชีวิตสบายดีนี่ ถึงกับแต่งเมียแล้ว” อาหลงหันไปกวาดตามองสภาพภายในห้อง ก่อนจะนั่งลงบนเตียงอย่างไม่เกรงใจ
ฉีหลินเบิกตาจ้องอาหลง กำหมัดแน่น “ถ้าแกอยากตายก็ไปหาเรื่องตายที่อื่นสิ ทำไมต้องกลับมาซงเจียงด้วย? แกรู้ไหมว่าฉันเกือบโดนปลดเพราะแกแล้ว!”
ชื่อจริงของอาหลงคือฉีหลง เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของฉีหลิน แต่ทั้งคู่มีนิสัยต่างกันสุดขั้ว ฉีหลินเป็นคนระมัดระวังกว่า ชอบใช้ชีวิตอย่างมั่นคงและปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ส่วนฉีหลงกลับชอบเสี่ยงอันตรายมาตลอด ใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกเป็นส่วนใหญ่ แทบไม่เคยกลับบ้าน
ครั้งล่าสุดที่ฉีหลงจากไปคือเมื่อสองปีก่อน ตลอดช่วงนั้นเขาไม่เคยติดต่อกลับมาที่บ้าน ฉีหลินจึงเคยคิดว่าเขาคงตายอยู่ข้างนอกไปแล้ว แต่ไม่คิดว่าวันที่เข้าจับกุมจะได้พบพี่ชายแท้ ๆ อีกครั้ง แม้ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องจะไม่ค่อยราบรื่นนัก แต่ถึงอย่างไรเลือดก็ข้นกว่าน้ำ ฉีหลินทำใจยิงสกัดพี่ชายแท้ ๆ เพื่อสร้างผลงานความดีความชอบไม่ได้จริง ๆ
เรื่องนี้บอกใครไม่ได้ ฉีหลินจึงเก็บความอึดอัดคับข้องใจไว้ในอกมาตลอดหลายวัน อีกทั้งยังเป็นห่วงความปลอดภัยของฉีหลงด้วย
ฉีหลงล้วงซองบุหรี่จงหัวออกมาอย่างไม่ทุกข์ร้อน คาบไว้ในปากแล้วจุดไฟ ก่อนพูดว่า “พูดตามตรง ฉันก็ไม่อยากเจอนายเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องวันนั้น วันนี้ฉันคงไม่กลับบ้านหรอก”
“นั่นสิ แกกินอิ่มอยู่ข้างนอกคนเดียวแล้วก็ไม่คิดอะไรเลย ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่แกเคยสนใจเรื่องที่บ้าน?” ฉีหลินกัดฟันถาม “กลับมาทำไม? แกรู้ไหมว่าถ้าคนนอกพวกนั้นรู้ความสัมพันธ์ของเราสองคน ฉันได้โดนแกทำให้ตายแน่”
“ฮะ ๆ แต่นายก็ยังอยู่ดีมีสุขนี่”
“เหลวไหล!”
“วางใจเถอะ ต่อให้มีปืนเป็นหมื่นกระบอกจ่อหัว ฉันก็ไม่มีทางขายนาย” ฉีหลงยังคงมีท่าทีไม่ยี่หระอยู่เสมอ “ฉันแอบสังเกตการณ์อยู่หลายวันแล้ว ที่บ้านไม่มีใครจับตาดูอยู่ อีกอย่าง ถ้าฉันไม่ถูกจับ พวกนั้นก็ไม่มีทางรู้ความสัมพันธ์ของเราสองคน เมื่อก่อนตอนนายเข้ากองตำรวจ ก็ไม่ได้เขียนในเอกสารว่าเราเป็นพี่น้องแท้ ๆ กันไม่ใช่หรือไง?”
