“ในโทรศัพท์มีอะไรที่ฉันดูไม่ได้หรือไง” ซือจิ้นหานจ้องซ่งหยุนเหวยอย่างพินิจพิเคราะห์ แววตากดดันจนคนถูกมองแทบหายใจไม่ออก
ซ่งหยุนเหวยรีบถอยห่างจากเขา กำโทรศัพท์แน่นก่อนเอ่ย “แบตหมดน่ะ แล้วเมื่อก่อนคุณไม่ได้พูดเองเหรอว่าทุกคนมีความเป็นส่วนตัว อย่าเที่ยวสอดรู้สอดเห็น คุณไม่ชอบให้ฉันเช็กว่าคุณไปไหนหรือดูโทรศัพท์ ฉันก็ไม่ยุ่งกับคุณเหมือนกัน”
ดีที่ความจำเธอใช้ได้ จำได้ว่าซือจิ้นหานเคยพูดแบบนี้จริง ๆ ในหนังสือ
ไม่ใช่เพราะเคารพความเป็นส่วนตัว แต่เพราะไม่ได้รักต่างหาก
แววตาของซือจิ้นหานพลันหม่นลง ที่แท้เธอกำลังประชดเขา จดจำคำพูดเหล่านั้นไว้แม่นยำ ก็เพื่อเอามาโต้กลับเขาในวันนี้นี่เอง
ซ่งหยุนเหวยย่อมสัมผัสได้ถึงไอเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากตัวซือจิ้นหาน
แต่เลือดจะไหล หัวจะขาดก็ยอม ทว่าโทรศัพท์ห้ามให้ดูเด็ดขาด!
สองคืนมานี้เธอเก็บรูปหนุ่มเปลือยไว้ตั้งกอง แถมยังมีนิยายร้อนแรงอีกเพียบ ถ้าเขาคุ้ยเจอขึ้นมา เธอคงต้องเก็บข้าวของย้ายไปอยู่ดาวนอกโลกแล้วล่ะ
ต้องยอมรับว่าโลกในหนังสือก็สนุกไม่เบา แถมมีข้อจำกัดน้อยกว่าอีก เธอได้เปิดหูเปิดตาจนเต็มอิ่มจริง ๆ...
ซือจิ้นหานลุกขึ้นยืน เตือนว่า “ต่อไปทำอะไรก็หัดใช้สมองบ้าง”
พูดจบเขาก็เดินขึ้นชั้นบนไป
ซ่งหยุนเหวยรู้สึกอึดอัดใจอยู่บ้าง เจียงอี้เฉิงก็เคยพูดประโยคนี้กับเธอบ่อย ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือไม่ชอบเธอนั่นเอง
เธอไม่ใช้สมองตรงไหนกัน? ตอนร้องเรียนร้านนั้นเธอไม่ใช้สมองตรงไหน?
เห็นแก่ที่ซือจิ้นหานไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการทะลุมิติเข้ามาในหนังสือ เธอจึงปลอบใจตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง ไม่นานก็ทำใจได้ แล้วฮัมเพลงเดินขึ้นชั้นบนตามความเคยชิน
ซือจิ้นหานย้อนกลับลงมาหยิบโทรศัพท์ บังเอิญเจอซ่งหยุนเหวยที่กำลังอารมณ์ดีอยู่บนบันไดพอดี สายตาสบกัน ต่างฝ่ายต่างยืนนิ่ง
