ไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนทำให้กลับไปได้บ้าง
ถึงเธอจะมั่นใจว่าตัวเองเปลี่ยนตอนจบได้ และเอาเงินจากซือจิ้นหานมาสักก้อน ชีวิตก็ไม่มีทางแย่ไปกว่าโลกความจริง
แต่เธอกลับรู้สึกอยู่ตลอดว่าตัวเองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่
ยิ่งไปกว่านั้น ซ่งหวานหวานกำลังจะกลับมาแล้ว ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายจะวางแผนทำอะไรมาเล่นงานเธอบ้าง
ซ่งหยุนเหวยครุ่นคิดอย่างหดหู่อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกินอาหารจนเกลี้ยงจาน หยิบกระเป๋าลุกขึ้นแล้วเดินออกไป
เสิ่นจินเหนียนนั่งอยู่ไม่ไกล พลางฟังลูกค้าพูดไปด้วย และเหลือบมองซ่งหยุนเหวยเป็นระยะ
เมื่อครู่เธอยังนั่งอยู่ตรงนั้น ทว่าพริบตาต่อมากลับหายไปแล้ว
เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงสนใจภรรยาของเพื่อน บางทีอาจเป็นเพราะซ่งหยุนเหวยที่ซือจิ้นหานเคยพูดถึงนั้นน่าเบื่อเกินไปก็ได้
——
ซ่งหยุนเหวยเดินเล่นจนถึงช่วงเย็น ก่อนจะเรียกรถกลับไปยังตระกูลซือ
หวังม่าโผล่มาราวกับผี สีหน้ายิ้มแต่ไม่ยิ้มเหมือนเดิม “คุณนายคะ ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วค่ะ”
“เอ่อ...แล้วไงคะ” ซ่งหยุนเหวยไม่เข้าใจ
เธอกินอิ่มดื่มเต็มที่แล้ว แถมยังซื้อขนมติดมือมาอีกนิดหน่อย ไม่กินมื้อเย็นก็ได้
หวังม่าขมวดคิ้ว “ไม่ใช่คุณบอกว่าจะทำอาหารให้คุณผู้ชายกินเองทุกคืนหรือคะ เมื่อคืนคุณเป็นลมเพราะน้ำตาลในเลือดต่ำ วันนี้ยังไม่คิดจะทำอาหารอีกหรือคะ”
เจ้าของร่างเดิมเอาแต่ศึกษาเมนูอาหารทุกวัน เชื่อมั่นว่าถ้าจะพิชิตใจผู้ชาย ก็ต้องพิชิตกระเพาะของเขาให้ได้ก่อน
ตระกูลซือจ้างพ่อครัวระดับห้าดาวไว้โดยเฉพาะ คอยทำอาหารให้เจ้าของร่างเดิมในมื้อเช้าและมื้อกลางวัน ส่วนตอนซือจิ้นหานกลับบ้านตอนเย็น เธอจะลงมือทำอาหารเอง
ซ่งหยุนเหวยนึกขึ้นได้ ในหนังสือมีเหตุการณ์นี้อยู่จริง
ตอนนั้นเธอกำลังเคี้ยวขนมปังที่กลืนแทบไม่ลง พลางงุนงงกับการกระทำของเจ้าของร่างเดิม มีพ่อครัวระดับห้าดาวอยู่แล้วไม่ใช้ กลับดึงดันจะทำอาหารเอง ทำไปเพื่ออะไร มีเมนูเด็ดอะไรที่ต้องอวดด้วยหรือไง
ตอนนี้เธอต้องมารับช่วงเรื่องยุ่งยากนี้ต่อ แต่ทำอาหารแบบที่เจ้าของร่างเดิมถนัดไม่ได้หรอก
“ฉันรู้สึกว่าอาหารที่ฉันทำเขาไม่ค่อยชอบกินเท่าไรค่ะ หวังม่า ต่อไปให้พ่อครัวที่บ้านทำมื้อเย็นแทนแล้วกันนะคะ” ซ่งหยุนเหวยตอบอย่างหน้าด้าน
รอยยิ้มบนใบหน้าหวังม่าจางลงเล็กน้อย “ได้ค่ะ”
พอซ่งหยุนเหวยขึ้นไปชั้นบน หวังม่าก็รีบโทรหาไป๋เซี่ยนเหมิงทันที “คุณผู้หญิงคะ เธอแสดงต่อไม่ไหวแล้วค่ะ คืนนี้เธอสั่งฉันว่า ต่อไปให้พ่อครัวที่บ้านรับผิดชอบทำอาหารเย็น”
ไป๋เซี่ยนเหมิงหัวเราะเยาะเสียงหนึ่ง “สามปีแล้วที่จิ้นหานไม่แตะต้องเธอ ครอบครัวเธอก็ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากตระกูลซือ จะเสแสร้งต่อไม่ไหวก็เป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อเช้าเธอเห็นซ่งหยุนเหวยออกมาจากห้องจิ้นหานแน่ใช่ไหม ไม่ได้ตาฝาดใช่ไหม”
“ไม่ผิดแน่นอนค่ะ” หวังม่าตอบ
“มีอะไรเกิดขึ้นก็อย่าลืมบอกฉัน” ไป๋เซี่ยนเหมิงวางสาย
ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างซือจิ้นหานกับซ่งหยุนเหวยเริ่มมีความหวังขึ้นมาตอนนี้ แล้วคนที่เธอนัดดูตัวไว้จะทำอย่างไร
ซ่งหยุนเหวยสง่างามและใจกว้าง แต่ก็เรียบร้อยเกินไปหน่อย
สิ่งที่ตระกูลซือต้องการที่สุดคือหลานชาย ไม่ใช่แจกันประดับบ้าน
หวังม่าไปบอกพ่อครัวให้เตรียมอาหารเย็น ส่วนซ่งหยุนเหวยก็คลำหาห้องนอนของตัวเองบนชั้นบนอยู่นาน ก่อนจะหยิบเสื้อผ้ากับเครื่องประดับที่ซื้อมาในวันนี้ออกมาชื่นชม
เธอเปลี่ยนไปสวมชุดเดรสยาวสายเดี่ยวกำมะหยี่สีแดง เอวเว้าฉลุมีขนาดเล็กและนุ่มนวล ผิวขาวราวหิมะเนียนใสเพราะแทบไม่เคยโดนแดด ขาเรียวยาวสวย ทั้งยาวและมีเนื้อเล็กน้อย เซ็กซี่เป็นบ้า
เจ้าของร่างเดิมคิดอะไรอยู่กันแน่ ถ้าซ่งหยุนเหวยมีหุ่นแบบนี้นะ เธอคงเดินออกจากบ้านโดยไม่ใส่เสื้อผ้าไปแล้ว!
แค่พูดเกินจริงไปหน่อยเท่านั้นเอง
“กระจกวิเศษเอ๋ย จงบอกฉันที ใครงามที่สุดในโลก—อ๊าก!” ซ่งหยุนเหวยกำลังอินกับตัวเองอยู่ครึ่งทาง จู่ ๆ ก็ร้องเสียงหลง
เธอมองเห็นใบหน้าของซือจิ้นหานในกระจก
ชายหนุ่มยืนอยู่ไม่ไกลด้านหลังเธอ แววตาเต็มไปด้วยแรงปรารถนา ราวกับสัตว์ร้ายที่ซุ่มซ่อนอยู่ในรัตติกาล อันตรายถึงขีดสุด
ซือจิ้นหานตั้งใจมารอซ่งหยุนเหวยที่ห้องนอนของเธอ และถือโอกาสตรวจดูด้วยว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่
ใครจะคิดว่าซ่งหยุนเหวยพอเข้าห้องมาก็เริ่มถอดเสื้อผ้า แทบจะเปลือยหมดทั้งตัว เรือนร่างเผยให้เห็นอย่างชัดเจน มีเพียงชุดชั้นในสีเนื้อแบบเรียบร้อยที่ปกปิดหน้าอกอวบอิ่มซึ่งสั่นไหวกับสะโพกกลมกลึงของเธอไว้
คืนนี้ซือจิ้นหานยังไม่ได้ไปห้องลับ ภาพตรงหน้าทำให้ทั่วร่างเขาร้อนรุ่มอึดอัด ความปรารถนาพลุ่งพล่านขึ้นมา
เขาหันหน้าหนีเพื่อเบนสายตา หวังให้ซ่งหยุนเหวยรีบแต่งตัวให้เรียบร้อย
ผลคือวันนี้ซ่งหยุนเหวยดันซื้อชุดกระโปรงสีแดงที่เน้นสัดส่วนสุด ๆ มา ใส่แล้วแทบฆ่ากันให้ตาย
“ซือจิ้นหาน คุณ...คุณ...” ซ่งหยุนเหวยตกใจจนพูดติดอ่าง
เขาเข้ามาในห้องตั้งแต่เมื่อไร ตอนเธอเปลี่ยนเสื้อผ้าเขาเห็นหมดแล้วหรือเปล่า
“เมื่อไรถึงชอบใส่กระโปรงแบบนี้” ซือจิ้นหานเอ่ยขึ้น เสียงแหบพร่าเล็กน้อย ฟังดูเซ็กซี่อย่างบอกไม่ถูก
“ก็ซื้อมาแบบไม่ได้คิดอะไรค่ะ” ซ่งหยุนเหวยรีบปรับอารมณ์ให้สงบ คว้าถุงที่อยู่ข้าง ๆ มาบังหน้าอก แล้วพูดอย่างเป็นทางการว่า “ฉันแค่ลองใส่ดู มันไม่ค่อยเหมาะกับฉันเท่าไร คราวหน้าจะเปลี่ยนชุดอื่นค่ะ”
ซือจิ้นหานยกมือขึ้น ใช้ปลายนิ้วยาวเรียวเกี่ยวถุงออกแล้วโยนลงพื้น ซ่งหยุนเหวยมองเส้นเอ็นที่นูนขึ้นบนหลังมือของเขาแล้วกลืนน้ำลาย
ปลายนิ้วของเขาแตะลงตรงกระดูกไหปลาร้าของเธอ ก่อนจะเกี่ยวสร้อยไข่มุกขึ้นมา แววตาหม่นมืด “ตอนออกจากบ้านยังไม่ได้ใส่ ซื้อเองหรือมีผู้ชายให้มา”
【เส้นเอ็นนี่ดูเซ็กซี่ชะมัด!】
【ตอนช่วยตัวเองคงยิ่งเร่าร้อนแน่เลย คุณพระ นี่กำลังทดสอบฉันอยู่หรือไง】
【ผู้ชาย ถ้ายังแตะฉันอีก เชื่อไหมว่าฉันจะจัดการคุณให้ตาย หืม?】
ปลายนิ้วของซือจิ้นหานเลี่ยงไม่พ้นที่จะสัมผัสผิวของซ่งหยุนเหวย เสียงในใจที่โจ่งแจ้งและเหลวไหลเหล่านั้นพุ่งเข้าไปในสมองของเขาอย่างเอาแต่ใจ
จู่ ๆ เขาก็หัวเราะ จัดการเขาให้ตายงั้นหรือ
ซ่งหยุนเหวยเห็นเขาหัวเราะแล้วรู้สึกขนลุก เธอตอบว่า “วันนี้ฉันเจอพี่ใหญ่ค่ะ เขาเป็นคนให้มา”
“ไม่ใช่เจียงอี้เฉิงหรือไง” ซือจิ้นหานเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงจำชื่อนี้ได้ขึ้นใจ
พอได้ยินชื่อเจียงอี้เฉิง แววตาของซ่งหยุนเหวยก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรเสียเขาก็เป็นคนที่เธอตามจีบอยู่ในโลกความจริงมาถึงเจ็ดปี ตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย จนเธอไปเรียนต่อต่างประเทศสามปี ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้จูบกันสักครั้ง
ซือจิ้นหานไม่เข้าใจว่ารักแรกในใจมีความสำคัญขนาดไหน
“เขาเป็นเพื่อนคนหนึ่งที่ฉันรู้จักมานานแล้วค่ะ เขาตามจีบฉันมานาน ฉันปฏิเสธเขาไปเก้าสิบเก้าครั้ง หลังจากนั้นเขาก็เสียใจจนเดินทางไปต่างประเทศ วันนี้เพื่อนของคุณหน้าตาคล้ายเขามาก ฉันเลยจำคนผิดไปชั่วขณะ” เธอกดความคิดที่สับสนวุ่นวายในใจลง แล้วพูดจาเหลวไหลอย่างจริงจัง
ซือจิ้นหาน: ...
ซ่งหยุนเหวยถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ทำไมถึงรู้สึกว่าอากาศเย็นยะเยือกขึ้นมา
“ซ่งหยุนเหวย คุณซ่อนเรื่องนี้ไว้เก่งนี่” ซือจิ้นหานยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ก้มตามองเธอ “ผมนึกว่าคุณจะเป็นอย่างที่แสดงออกจริง ๆ เรียบร้อยไร้ความปรารถนา ไม่ต้องออกจากบ้านก็ได้ ที่แท้ยังมีผู้ชายที่ลืมไม่ลงอยู่ด้วย”
ซ่งหยุนเหวยอยากบอกซือจิ้นหานเหลือเกินว่า ภรรยาของคุณถูกคนอื่นเข้ามาแทนที่นานแล้ว เข้าใจไหม
แต่เธอก็อดกลั้นไว้
ซือจิ้นหานมีอำนาจล้นฟ้าจนแทบจะครอบงำทุกอย่าง อีกทั้งเขาไม่รู้ด้วยว่าตัวเองเป็นตัวละครในหนังสือ คงไม่มีทางเชื่อเรื่องทะลุมิติเข้ามาในนิยายอะไรทำนองนั้น ซ่งหยุนเหวยเองก็ไม่มีหลักฐานว่าตัวเธออีกคนจากอีกโลกหนึ่งมีอยู่จริง
ถ้าเธอกล้าพูดแบบนั้น มีโอกาสสูงมากที่ซือจิ้นหานจะคิดว่าเธอแกล้งเล่นตลกกับเขา
อดทนไว้ รอจนหย่ากันก็พอ
“ฉันแค่เห็นคนหน้าคล้ายกัน เลยนึกถึงเรื่องเก่า ๆ ขึ้นมาโดยบังเอิญค่ะ จิ้นหาน ในใจฉันมีแต่คุณจริง ๆ” ซ่งหยุนเหวยพยายามนึกถึงนิสัยการกระทำของเจ้าของร่างเดิมอย่างจริงใจ ก่อนจะคว้ามือซือจิ้นหานมาพูดแสดงความรู้สึก แต่พออ้าปากพูดทีไรก็มักจะไม่เข้าท่าอยู่เรื่อย
จริงด้วย เธอไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม
【บ้าจริง ใคร ๆ ก็มีอดีตกันทั้งนั้นไหมล่ะ ต่อไปคุณจะไปทำเรื่องอย่างว่ากับซ่งหวานหวานในห้องหอของเรา ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ】
【ไม่รักฉันแล้วยังจะมาควบคุมฉันอีก หน้าตาดีแล้วจะมายุ่งเรื่องชาวบ้านมั่วซั่วได้หรือไง】
【ระวังฉันดีดจู๋คุณนะ】
ใบหน้าซือจิ้นหานคล้ำลง เขามองใบหน้าใสซื่อไร้พิษภัยของซ่งหยุนเหวย แต่กลับไม่อาจมองข้ามคำพูดหยาบคายในหัวเธอได้เลย
ตกลงเธอกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่?!!
เมื่อเห็นสีหน้าซือจิ้นหานยิ่งแย่ลงเรื่อย ๆ ซ่งหยุนเหวยก็รีบปล่อยมือ รู้อย่างนี้ตอนเลือกมหาวิทยาลัยน่าจะเลือกเรียนการแสดง
ฝีมือการแสดงแบบนั้นคงทำให้ซือจิ้นหานไม่รู้ตัวได้แน่
