“โย่ ยังดูถูกนิมิตของนายน้อยหลินอีกนะ แกแน่จริงก็ไปเปิดชีพจรพิเศษฟ้าดินให้เหนือกว่านายน้อยหลินสิ?”
“ใช่แล้ว ลู่สวิน แกคงจะได้แค่ปากเก่งสินะ”
ลูกน้องสองคนของหลินเยียนยโสโอหังนัก ใบหน้าเต็มไปด้วยสีหน้าเหยียดหยัน ราวกับมองเห็นสภาพน่าอนาถของลู่สวินแล้ว
สิ้นเสียงนั้น
เหนือนิมิตที่หลินเยียนก่อขึ้น ได้มีนิมิตแห่งฟ้าดินอีกระลอกปรากฏขึ้น
เมื่อครู่ท้องฟ้ายังแจ่มกระจ่างไร้เมฆ พลันก็เกิดลมพัดเมฆเคลื่อน ระหว่างฟ้าดินบังเกิดลมกรรโชกแรงกล้า กลุ่มเมฆมืดครึ้มพลุ่งพล่าน สายลมนับไม่ถ้วนส่งเสียงคำรามออกมาราวกับมังกรวายุ แหวกว่ายไปมาระหว่างฟ้าดิน
“นี่มัน...”
“แม้ตายเอ๊ย เขาเปิดสำเร็จแล้วจริงหรือ?”
ลูกน้องสองคนของหลินเยียนหวาดผวาจนสีหน้าเปลี่ยน สีหน้าเหยียดหยันพลันแข็งค้าง
นิมิตแห่งฟ้าดินครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นขอบเขต หรือพลานุภาพ ก็เหนือกว่านิมิตของหลินเยียนขึ้นไปอีกขั้น
“เป็นไปได้ยังไง?”
บนแท่นสูง หลินเยียนลุกพรวดขึ้นด้วยท่าทางเหลือเชื่ออย่างที่สุด
เขาเพิ่งเปิดชีพจรสุริยันเพลิง ชักนำนิมิตฟ้าดิน กำลังอยู่ในช่วงได้ใจ
แต่แล้ว ลู่สวินก็ชักนำนิมิตฟ้าดินที่ขยายวงกว้างกว่า ทรงพลังกว่าได้ในเสี้ยววินาทีต่อมา ทำให้ความสำเร็จของเขาพลันหม่นหมอง
“เก้ามังกรร่ายรำ เมฆาลมพิโรธ นี่ควรจะเป็นชีพจรวายุไร้ขีด! ขึงขังเสียจริง เป็นฝีมือลู่สวินหรือเปล่า?”
ข้างกายครูใหญ่ ผู้บริหารโรงเรียนคนหนึ่งประกายตาเปล่งประกาย มองไปยังทิศทางของลู่สวิน
