"เป็นไปได้อย่างไร!"
คำพูดของผู้บัญชาการหวังทำให้คนตระกูลฉู่ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ก่อนหน้านี้ ทุกคนล้วนคิดว่าป้ายผ่านทางนั้นต้องมอบให้โดยเห็นแก่หน้ายวี่เฉียงแน่นอน
ถึงแม้จะไม่ใช่เพราะเห็นแก่ฉู่ยวี่เฉียง มันก็ไม่น่าเกี่ยวกับฉู่ยวี่ผิง
ฉู่ยวี่ผิงนั้นไร้ซึ่งทุกสิ่ง เป็นเพียงขั้นสามตัวเล็ก ๆ ในเมืองหรงเฉิง แม้มิอาจกล่าวได้ว่ามีอยู่เกลื่อนกลาด แต่ก็หาได้ไม่ยาก
กรมยุทธ์จะให้สิทธิพิเศษแก่เขาได้อย่างไร
ทว่า ความเป็นจริงมักเหนือจินตนาการเช่นนี้
ป้ายผ่านทางนั้น แท้จริงแล้วเป็นของฉู่ยวี่ผิงจากกรมยุทธ์
"ผู้บัญชาการหวัง ขออภัยที่ข้าผู้เฒ่านี้โง่งม ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าฉู่ยวี่ผิงมีดีอะไรถึงได้รับเกียรติเช่นนี้จากกรมยุทธ์?"
เวลานี้ ฉู่หยวนเอ่ยขึ้น
"ในเมื่อตระกูลฉู่ตกอยู่ในสภาพนี้แล้ว จะให้พวกเจ้ารู้ก็ได้"
บางทีอาจเห็นแก่ความชราของฉู่หยวน น้ำเสียงของผู้บัญชาการหวังจึงไม่เย็นชาเหมือนเมื่อครู่
ทุกคนในตระกูลฉู่จับจ้องเขาเขม็ง อยากรู้ว่าแท้จริงแล้วป้ายผ่านทางนี้เป็นมาอย่างไร
ผู้บัญชาการหวังมองไปที่มู่หรงเยียน เสียงเอ่ยแฝงความอิจฉา "คุณนายมู่หรง ท่านมีลูกสาวที่ดีจริง ๆ"
ประโยคนี้ทำให้สีหน้าคนตระกูลฉู่เปลี่ยนไปทันที
"หรือจะเป็นเพราะฉู่โย่วฉิง?"
มีคนตระกูลฉู่บางคนเริ่มเข้าใจ
ฉู่โย่วฉิง!
นางคืออัจฉริยะที่เหนือล้ำที่สุดในประวัติศาสตร์ตระกูลฉู่
อัจฉริยะเช่นนี้ แม้จะเป็นลูกสาว หากอยู่ในตระกูลอื่น ต้องถูกทะนุถนอมประหนึ่งแก้วตาดวงใจ หวงจนไม่กล้าแม้แตะต้อง
แต่ในตระกูลฉู่ ด้วยอิทธิพลของฉู่หยวน สถานการณ์กลับผิดแผก
เดิมทีแนวคิดของฉู่หยวนค่อนข้างอนุรักษนิยม ประกอบกับฉู่ยวี่เฉียงและหวังฉวินอวิ๋นคอยเป่าหู
ผนวกกับความเคยชินที่สั่งสมมานานหลายปี ทำให้ฉู่โย่วฉิงไม่ได้รับการใส่ใจมากนัก
"โย่วฉิง..."
มู่หรงเยียนก็เริ่มเข้าใจเช่นกัน
หรือว่า ฉู่โย่วฉิงจะยกป้ายผ่านทางของนางให้ฉู่ยวี่ผิง?
