วันรุ่งขึ้น เป็นวันสอบแดนลี้ลับ
ลานดาวเหนือ
ตั้งแต่เช้าตรู่ สถานที่แห่งนี้ก็เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย
“พี่สวิน ปลอกแขนคะแนนนายได้รับแล้วใช่ไหม”
“อืม”
หลี่ปู้ฝานมีความสามารถอย่างหนึ่ง นั่นคือไม่ว่าลู่สวินจะอยู่ที่ไหน เขาก็มักจะหาเจอได้อย่างรวดเร็วเสมอ
ดูสิ พอลู่สวินมาถึงลานดาวเหนือไม่นาน เขาก็เข้ามาหาแล้ว
ปลอกแขนคะแนนก็คือปลอกแขนที่ใช้นับคะแนน เมื่อสวมไว้บนมือ ก็สามารถนับจำนวนเผ่าพันธุ์ดวงดาวประหลาดและคนต่างเผ่าพันธุ์ที่นักศึกษาสังหารได้โดยอัตโนมัติ
แม้มันจะมีหน้าจอแสดงผล แต่แท้จริงแล้วมันคือศาสตราเวทชนิดหนึ่ง ทั้งยังมีฟังก์ชันแจ้งเตือนและขอความช่วยเหลืออีกด้วย
“มาแล้ว มาแล้ว”
บนท้องฟ้า ยานบินขนาดมหึมาลำแล้วลำเล่าบินมา และลงจอดที่สนามกีฬาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยเป่ยโต่ว
ผู้คนที่รวมตัวกันที่ลานดาวเหนือล้วนเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 ส่วนสนามกีฬาอื่น ๆ เป็นของนักศึกษาชั้นปีสูง ๆ
เหล่านักศึกษาขึ้นยานบินตามลำดับ
“ว้าว ใหญ่มาก”
พื้นที่ภายในยานบินนั้นยิ่งใหญ่โตกว่าเสียอีก ยานบินหนึ่งลำสามารถจุคนได้หลายพันคน
ที่มหัศจรรย์ยิ่งกว่าก็คือ เมื่อเข้ามาในยานบินแล้ว ผนังโดยรอบของยานบินก็จะโปร่งใสขึ้น ทำให้นักศึกษาสามารถมองเห็นสถานการณ์ภายนอกได้
“ออกเดินทาง”
หลังจากนักศึกษาขึ้นยานบินครบทั้งหมดแล้ว ยานบินจำนวนมากก็บินขึ้น มุ่งหน้าออกนอกเมือง
ไม่ใช่แค่มหาวิทยาลัยเป่ยโต่วเท่านั้น
ภายในเมืองหลวง ยานบินลำแล้วลำเล่าทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดูคึกคักยิ่งนัก
“ว้าว แม่จ๋า ยานบินเยอะจัง”
“วันนี้เป็นวันอะไรหรือ นี่จะยกทัพไปรบที่ไหนรึเปล่า”
“เหมือนจะเป็นการสอบแดนลี้ลับของวิทยาลัยยุทธภพนะ”
“ว้าว”
“ถ้าฉันได้เข้าเรียนในวิทยาลัยยุทธภพพวกนี้ก็คงดี”
คนจำนวนไม่น้อยต่างถูกดึงดูดความสนใจ
เมื่อรู้ว่าบนยานบินล้วนเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยยุทธภพ คนธรรมดาจำนวนมากก็หยุดมือที่ทำงาน มองขึ้นไปบนยานบินด้วยความอิจฉา
พวกเขาไม่สามารถเปิดชีพจรได้ ชาตินี้ก็ไม่มีทางฝึกฝนได้อีก
