ออกจากโรงรับจำนำแล้ว หลี่หว่านชิงก็สอดมือเข้าไปในตะกร้าสะพายหลัง เก็บเงินเข้าไปในมิติ
จากนั้นนางก็กระซิบกับจ้าวหลันว่า “ท่านแม่ เราไปซื้อธัญพืชกันก่อนเถอะ อย่าเพิ่งซื้อเยอะ ในมิติยังมีธัญพืชหลายถุงที่เอามาจากบ้านหลี่อยู่”
จ้าวหลันพยักหน้า “รู้แล้ว ไปดูก่อนว่าราคาเท่าไร
ปีนี้อากาศแล้งผิดปกติ ตั้งแต่ต้นฤดูใบไม้ผลิมาจนถึงตอนนี้ ฝนตกอยู่ไม่กี่ครั้ง กลัวว่าราคาธัญพืชจะขึ้น”
เถ้าแก่ร้านขายธัญพืชมองจ้าวหลันกับคนอื่นที่เดินเข้ามา แล้วกล่าวต้อนรับอย่างกระตือรือร้น ไม่ได้ดูแคลนพวกนางเพราะเสื้อผ้าที่สวมใส่ขาดรุ่งริ่งเลยแม้แต่น้อย
เขาลุกขึ้นยิ้มพลางเอ่ยว่า “ลูกค้าต้องการซื้อธัญพืชชนิดไหนหรือขอรับ ร้านเรามีครบทุกชนิดเลย”
จ้าวหลันมองไปรอบ ๆ แล้วถามว่า “เถ้าแก่ ข้าวฟ่างกับข้าวกล้องของท่านราคาถังละกี่อีแปะ?”
เถ้าแก่แนะนำว่า “ข้าวฟ่างถังละ 20 อีแปะ ข้าวกล้องถังละ 22 อีแปะขอรับ”
จ้าวหลันถามอย่างประหลาดใจ “ทำไมขึ้นราคาเยอะขนาดนี้? เมื่อก่อนข้าวฟ่างถังละแค่ 15 อีแปะเอง ขึ้นมาตั้ง 5 อีแปะแล้ว”
เถ้าแก่ถอนหายใจ “เฮ้อ—”
“ปีนี้แล้งมาก ธัญพืชขึ้นราคากันหมด ข้ากลัวว่าต่อไปจะขึ้นอีก”
หลี่หว่านชิงดึงแขนจ้าวหลัน “ท่านแม่ เราซื้อเพิ่มอีกหน่อยเถอะ”
จ้าวหลันครุ่นคิด ปีนี้อากาศไม่ค่อยปกติ ซื้อสำรองไว้เพิ่มอีกหน่อยจะได้อุ่นใจ
นางพยักหน้า “ได้ งั้นข้าวฟ่างกับข้าวกล้องอย่างละ 10 โต่ว เถ้าแก่ ข้าวสารขาวถังละกี่อีแปะ?”
เถ้าแก่สั่งลูกจ้างให้ชั่งธัญพืช ก่อนยิ้มตอบว่า “ข้าวสารขาวถังละ 40 อีแปะขอรับ”
จ้าวหลันพยักหน้า “งั้นเอา 5 โต่ว”
“ได้เลยขอรับ! เชิญลูกค้ารอสักครู่”
