หลังจากส่งหมอหลี่แล้ว จ้าวหลันกำลังจะหันกลับเข้าห้อง หลี่โส่วเถียนก็เรียกนางไว้ “สะใภ้รอง หมอหลี่ว่าอย่างไรบ้าง? ขาของชิงซงจะพิการหรือเปล่า?”
จ้าวหลันก้มหน้า นิ้วมือจิกฝ่ามือแน่น ตอนนี้ยังแตกหักกันไม่ได้ นางยังต้องใช้เงินรักษาขาให้ลูก นางตั้งสติแล้วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น น้ำตาคลอเต็มดวงตา
นางสะอื้นกล่าวว่า “ท่านพ่อ หมอหลี่บอกว่ารักษาขาของชิงซงที่นี่ไม่ได้ ต้องพาไปตรวจที่อำเภอแต่เช้าพรุ่งนี้ กระดูกอาจหักแล้วเจ้าค่ะ
ข้าขอร้องท่านพ่อท่านแม่ ช่วยเอาเงินให้ข้าสักหน่อยเถิด พรุ่งนี้เช้าข้าจะพาชิงซงไปอำเภอ!”
หวังกุ้ยจือกระโดดผึงขึ้นมาทันที “เงิน... เงินอีกแล้ว! เจ้าขอเงินทุกวัน คิดว่าบ้านเราเป็นเศรษฐีในอำเภอหรืออย่างไร ถึงจะมีเงินมากมายให้เจ้าเอาไปผลาญ
ดูเด็กที่เจ้าให้กำเนิดสิ ไม่มีใครสักคนที่ทำให้สบายใจ ล้วนเป็นตัวสูบเลือดสูบเนื้อ ไม่ก็โง่ ไม่ก็พิการ
ข้าไม่มีเงินหรอก ถ้าอยากรักษาก็หาทางเอาเอง”
จ้าวหลันหายใจหอบขึ้นลง เล็บจิกฝ่ามือจนลึก แต่นางกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อย
นางเตือนตัวเองในใจ ห้ามโมโห อดทนไว้...
ลูกชายยังรอให้นางช่วย นางคุกเข่าลง มือกำสาบเสื้อแน่น พลางร้องไห้กล่าวว่า “ท่านพ่อ จะยืนดูเขาตายไม่ได้นะเจ้าคะ ชิงซงก็เป็นหลานชายตระกูลหลี่ อีกอย่างลุงหลี่ก็ไม่ได้บอกว่ารักษาขาไม่ได้ แค่ให้พาไปตรวจที่อำเภอเท่านั้น”
ขณะนั้น เด็กสองคนในห้องแอบอยู่หลังประตู พอเห็นแม่คุกเข่าลง หลี่หว่านเหลียนก็จับมือหลี่ชิงเหอแล้วรีบวิ่งไปหาจ้าวหลัน
ตุบ!
ทั้งสองคุกเข่าลงพร้อมกัน ก่อนจะร้องไห้เสียงดัง “ท่านปู่ ขอเงินช่วยพี่ใหญ่ด้วยเถิด ต่อไปพวกเราจะทำงานให้มากขึ้น กินข้าวให้น้อยลง ขอร้องล่ะ!”
