หวังชุ่ยหลันกลับบ้านเดิมด้วยความเบิกบาน ระหว่างทางยังไม่ลืมหยิบไข่ไก่สองสามฟองกับข้าวสารขัดขาวสองชั่งจากบ้านติดมือไปด้วย
ของพวกนี้นางแอบเก็บสะสมไว้ตอนทำกับข้าวในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
นางตั้งใจเอากลับไปช่วยจุนเจือบ้านเดิม ในฐานะพี่สาวคนโต นางต้องคอยดูแลน้องชาย
น้องชายเป็นเสาหลักของบ้าน แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้แต่งงาน อายุจะสิบแปดอยู่แล้ว บ้านก็ยากจนเหลือเกิน
จึงไม่มีเงินจ่ายสินสอด สาวบ้านไหนก็ไม่ยอมแต่งให้เขา
ที่นางได้แต่งกับหลี่ต้าจ้วงก็เป็นเพราะนางพยายามไขว่คว้ามาด้วยตัวเอง แม่สามีเป็นญาติห่าง ๆ ฝ่ายมารดาของนาง ตอนที่ยังรู้ความ นางก็ได้ยินมาว่าญาติผู้นี้แต่งงานได้ดี
แต่งงานได้ไม่ถึงสองปี พ่อแม่สามีก็จากไป นางไม่ต้องทนถูกแม่สามีกลั่นแกล้ง อีกทั้งคนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวก็เป็นลูกชายคนเดียว ทรัพย์สินในบ้านจึงตกเป็นของพวกเขาทั้งหมด
ยังมีลูกชายที่มีอนาคตอีกคน กำลังเรียนหนังสืออยู่ในสำนักศึกษา
คราวหนึ่งตอนญาติผู้นั้นพาลูกกลับมาเยี่ยมบ้าน นางก็ยั่วยวนหลี่ต้าจ้วง นางหน้าตาคล้ายแม่ มีดวงตาหงส์ที่หางตาเชิดขึ้นเล็กน้อย
เพียงปรายตามองก็ชวนให้คนหลงใหล อีกทั้งรูปร่างยังสมส่วน มีส่วนเว้าส่วนโค้งครบครัน
ไม่อย่างนั้นคงยั่วยวนหลี่ต้าจ้วงมานานหลายปีไม่ได้ และเขาก็คงไม่ดีกับนางเหมือนตอนเพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ
อารองยังเอาใจใส่ลูกชายทั้งสองของนางอย่างสุดหัวใจ ดีกว่าลูกของตัวเองเสียอีก
คิดถึงตรงนี้ นางก็ยิ้มอย่างลำพองใจ!
เมื่อมาถึงปากหมู่บ้าน นางเห็นเกวียนวัวที่จะเข้าเมือง จึงรีบวิ่งขึ้นไป
บนเกวียนมีสตรีนั่งอยู่หลายคนแล้ว พอเห็นนางขึ้นมา
จ้าวโต้วเฟินก็ยิ้มถามว่า “ชุ่ยหลัน มีเรื่องดีอะไรหรือ ถึงได้ยิ้มหน้าบานเชียว”
จ้าวโต้วเฟินเป็นภรรยาของหลี่เอ้อร์โก่ว สนิทสนมกับหวังชุ่ยหลันราวกับพี่น้อง และขึ้นชื่อว่าเป็นคนปากมาก
