แต่เช้าตรู่ หลี่ชิงซงนั่งฝึกปาลูกดอกอยู่บนม้านั่งหินในลานบ้าน
หลี่หว่านชิงขยี้ตาเดินออกมา เงยหน้ามองท้องฟ้าแล้วถามอย่างแปลกใจว่า “พี่ใหญ่ ตื่นตั้งแต่เมื่อไรหรือ? เช้าขนาดนี้ก็ฝึกปาลูกดอกแล้วหรือ”
หลี่ชิงซงเช็ดเหงื่อบนศีรษะ ยิ้มพลางตอบว่า “เช้านี้ตื่นเร็ว ไม่มีอะไรทำก็เลยลุกมาฝึกปา ตอนนี้ขาข้ายังไม่หายดี ฝึกยืนม้ากับวิ่งเหมือนพวกเจ้าไม่ได้ คงทำได้แค่ฝึกปาลูกดอกให้มากหน่อย”
หลี่หว่านชิงพยักหน้า เดินไปย่อตัวลงข้างเขา แล้วถลกขากางเกงขึ้น “พี่ใหญ่ ขอดูแผลที่ขาหน่อย”
จากนั้นนางก็ลอบถ่ายทอดพลังพิเศษธาตุไม้เข้าไปในร่างเขา
นางค่อย ๆ แก้ผ้าที่พันแผลออก เห็นว่าแผลสมานใกล้หายดีแล้ว
จึงยิ้มพลางพูดว่า “พี่ใหญ่ แผลใกล้หายแล้วนะ!”
หลี่ชิงซงก้มลงมองแผลที่ขา เห็นว่าตกสะเก็ดแล้ว ทั้งยังไม่บวมแดงอีก จึงยิ้มพลางพยักหน้า “อืม! มิน่าช่วงสองวันนี้ถึงรู้สึกคันแผล ที่แท้ก็ใกล้หายแล้ว”
หลี่ชิงเหอวิ่งเข้ามาถามว่า “อะไรใกล้หายหรือ? ขาพี่ใหญ่หายแล้วหรือ”
หลี่ชิงซงยิ้มพลางส่ายหน้า “ยังไม่เร็วขนาดนั้น แค่แผลใกล้หายแล้ว”
หลี่ชิงเหอร้องอย่างยินดี “ดีจังเลย ข้าจะไปบอกท่านแม่!”
พูดจบก็วิ่งไปทางห้องครัวทันที
จ้าวหลันได้ยินข่าวดีจึงรีบวิ่งมา ย่อตัวลงดูแผลของหลี่ชิงซง ดวงตาแดงก่ำพลางพูดว่า “ชิงซง ดีเหลือเกิน ขาของเจ้าคงหายเร็ว ๆ นี้แล้ว อีกไม่กี่วันพอตากาสมุนไพรในลานบ้านเสร็จ พวกเราค่อยไปตรวจที่ร้านหมอในตำบล”
หลี่ชิงซงพยักหน้า “อืม!”
หลี่หว่านเหลียนเพิ่งตื่นนอน เดินออกมาจากห้อง เห็นทุกคนยืนล้อมกันอยู่ก็ถามอย่างสงสัยว่า “เช้านี้ไม่ฝึกกันหรือ?”
หลี่หว่านชิงลูบศีรษะนาง “ฝึกสิ แต่ขาพี่ใหญ่ใกล้หายแล้ว พวกเรากำลังดีใจกันอยู่”
