ทั่วทั้งโลกมีแต่ความแห้งแล้งรกร้าง รอบอาคารหลังหนึ่งเนืองแน่นไปด้วยซอมบี้
บนระเบียงชั้นห้า หลี่หว่านชิงกำลังระมัดระวัง สอดส่ายสายตามองสถานการณ์เบื้องล่าง
พวกเธอติดอยู่ในอาคารหลังนี้มาครึ่งเดือนแล้ว หากยังคิดหาทางออกจากเมืองนี้ไม่ได้ พวกเธอคงไม่ต่างอะไรกับเหล่าศพเดินได้ที่เอาแต่กินเนื้อดิบอยู่ข้างล่าง
หลี่หว่านชิงถอนหายใจเบา ๆ!
“เฮ้อ... ชีวิตที่ต้องหนีเอาตัวรอดแบบนี้จะจบลงเมื่อไหร่กันนะ!”
เธอครุ่นคิดอย่างจริงจังจนไม่ทันสังเกตว่ามีเงาร่างหนึ่งค่อย ๆ ย่องเข้ามาจากด้านหลัง
เธอกำลังจะหันกลับเข้าห้อง จู่ ๆ ก็มีแรงผลักจากด้านหลัง ร่างของเธอเซถลา ตกลงไปเบื้องล่าง...
ใช้ชีวิตในวันสิ้นโลกมาสามปี สัญชาตญาณทำให้เธอไม่กล้ากรีดร้องเสียงดัง พอหันไปก็เห็นหลี่ฟาง น้องสาวต่างมารดาของเธอ กำลังมองมาด้วยสีหน้าลำพองใจ
เธอกัดฟันเค้นคำพูดออกมาทีละคำอย่างช้า ๆ “ไป... ตายซะ!”
สายลมหนาวพัดจนเส้นผมของหลี่หว่านชิงปลิวกระเซิง มุมปากของเธอยกเป็นรอยยิ้มเย็นชา
แววตาอาบยาพิษปรายมองหลี่ฟางอย่างแผ่วเบา จนอีกฝ่ายอดสั่นสะท้านขึ้นมาไม่ได้
หลี่ฟางยังไม่ทันตั้งตัว ก็เห็นเถาวัลย์สีเขียวเส้นหนึ่งพันรอบเอวของตน
ร่างเธอเซถลา ก่อนจะถูกเถาวัลย์ดึงตกลงไปเบื้องล่างด้วย กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ “อ๊า... ช่วยด้วย!”
เสียงหัวเราะดังลั่นของหลี่หว่านชิงลอยมาจากเบื้องล่าง “ต่อให้ต้องตาย ฉันก็จะลากแกลงนรกไปด้วยกัน...”
สิ้นเสียง เธอก็รวบรวมพลังธาตุไม้ทั่วร่าง ส่งมันไปยังแก่นผลึกในหัว
แสงสีขาวเจิดจ้าระเบิดออกมาในฉับพลัน แก่นผลึกแตกสลายทีละชิ้น พลังวิญญาณที่ปั่นป่วนปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
ต่อให้ต้องระเบิดแก่นผลึก เธอก็จะลากทั้งฝูงซอมบี้เบื้องล่างกับหลี่ฟางลงนรกไปพร้อมกัน!
อย่างน้อยก็ช่วยเปิดโอกาสให้เพื่อนร่วมทางที่เดินทางมาด้วยกันได้มีชีวิตรอดต่อไป หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากพวกพ้องตลอดสามปีในวันสิ้นโลก เธอคงตายไปนานแล้ว
หนึ่งวินาทีก่อนระเบิด เธอได้ยินหลี่ฟางร้องตะโกน “หลี่หว่านชิง นังสารเลว! ต่อให้กลายเป็นผี ฉันก็จะไม่ปล่อยแกไป อ๊า!”
“ตูม!”
เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่ว แสงสีขาวแตกกระจาย เศษซากซอมบี้ปลิวว่อนไปทั่ว หลี่หว่านชิงกับหลี่ฟางซึ่งอยู่ตรงใจกลางระเบิดแหลกสลายจนไม่เหลืออะไร
หลี่หว่านชิงเห็นร่างของตนโปร่งใสขึ้น ก่อนจะลอยอยู่กลางอากาศ เธอหัวเราะเบา ๆ คนเป็นยังไม่กลัว แล้วจะกลัวผีน้อยอย่างแกไปทำไม ในคติประจำใจของเธอไม่มีคำว่าแค้นข้ามคืน มีแค้นก็ต้องชำระทันที หากเอาคืนไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องเรียกดอกเบี้ยสักหน่อย
เธอไม่เข้าใจเลยว่าน้องสาวเกลียดเธอขนาดนั้นไปทำไม แม้จะไม่ได้เกิดจากแม่คนเดียวกัน แต่ก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางถึงขั้นเอาชีวิตกันเสียหน่อย
ตอนเธออายุสามขวบ แม่ก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ พ่อของเธอแต่งงานใหม่ภายในเวลาไม่ถึงปี และอีกหนึ่งปีต่อมาก็มีน้องสาว
เธอแทบไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับน้องสาวต่างมารดาคนนี้ ตั้งแต่เล็กจนโตเธออยู่กับตายาย ส่วนพ่อแท้ ๆ นั้น อย่าว่าแต่เลี้ยงดูเลย แม้แต่ค่าเลี้ยงดูยังแทบไม่เคยจ่าย
ตอนเธอเรียนมหาวิทยาลัย ตากับยายต่างล้มป่วยและเสียชีวิตตามกันไป พวกท่านมีลูกสาวเพียงคนเดียวคือแม่ของเธอ ดังนั้นบ้านหนึ่งหลังกับเงินเก็บทั้งหมดที่ทิ้งไว้จึงตกเป็นมรดกของเธอเพียงคนเดียว
หลังตากับยายเสียชีวิตได้ไม่ถึงครึ่งปี พ่อของเธอก็นึกขึ้นได้ว่าตนยังมีลูกสาวอีกคน จึงมาหาเธอ
เขาบอกให้เธอไปพักที่บ้านในช่วงปิดเทอม อ้างว่าเมื่อก่อนงานยุ่งมากจริง ๆ จึงไม่มีเวลาดูแลเธอ
แต่ต่อไปจะชดเชยให้ แม้เธอจะไม่ได้ต้องการอะไรนัก แต่เพราะตั้งแต่เล็กมาไม่เคยได้สัมผัสความรักจากพ่อเลย ในใจก็ยังแอบมีความหวังอยู่บ้าง
เธอจึงไปที่นั่น แล้วก็เห็นครอบครัวนั้นอยู่กันอย่างมีความสุข เธอเหมือนคนดูที่นั่งมองพวกเขาแสดงละคร ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็กลมกลืนเข้าไปไม่ได้
หลังจากนั้นน้องสาวก็ไม่ชอบหน้าเธอสารพัด คอยหาเรื่องกลั่นแกล้งทุกทาง เธอจึงไม่ค่อยไปที่นั่นอีก ต่อให้ไปบ้างก็แค่กินข้าวแล้วกลับ
ครั้งหนึ่งเธอบังเอิญได้ยินพ่อพูดกับน้องสาวว่า
“ตากับยายของพี่สาวแกทิ้งบ้านไว้ให้เธอหลังหนึ่ง มูลค่าตั้งสองล้านหยวน แกทำดีกับเธอหน่อย ถึงตอนนั้นฉันจะเกลี้ยกล่อมเธอให้ยอมเอาเงินมาสักล้านกว่า ๆ เงินพวกนั้นก็ต้องเป็นของแกอยู่ดี ตอนนี้ฉันเป็นญาติคนเดียวของเธอ ขอแค่ทำดีกับเธอต่อหน้า การขอเงินจากเธอก็ง่ายนิดเดียว”
นับจากวันนั้น ความรู้สึกพ่อลูกเพียงน้อยนิดที่เธอมีให้พ่อก็สูญสิ้นไปจนไม่เหลือ
ตอนเรียนจบมหาวิทยาลัย เธอตั้งใจจะขายบ้านแล้วไปตั้งหลักในเมืองอื่น แต่ไม่คิดเลยว่าโลกจะเปลี่ยนไปเสียก่อน
ชั่วข้ามคืน มนุษย์ส่วนใหญ่กลายเป็นซอมบี้ สัตว์บางตัวกลายพันธุ์ บางตัวกลายเป็นสัตว์ซอมบี้ แม้แต่พืชก็กลายพันธุ์เช่นกัน
เธอหนีเอาชีวิตรอดไปกับเพื่อนร่วมชั้นกว่า 20 คน สุดท้ายเหลือเพื่อนร่วมทางเพียงไม่กี่คน ระหว่างหลบหนีได้ครึ่งปี เธอบังเอิญปลุกมิติในจี้หยกที่ยายทิ้งไว้ให้ขึ้นมา มิตินั้นไม่ใหญ่ มีพื้นที่เพียง 50 กว่าตารางเมตร ใส่สิ่งมีชีวิตเข้าไปไม่ได้ แต่เวลาในมิติหยุดนิ่ง ของที่เก็บไว้จึงไม่เน่าเสีย
เมื่อสองเดือนก่อน พวกเธอหนีซอมบี้เข้าไปในป่าแห่งหนึ่ง และช่วยหลี่ฟางกับเพื่อนร่วมชั้นของเธอไว้ เธอถูกเถาวัลย์เส้นหนึ่งพันธนาการโดยไม่ทันระวัง ระหว่างต่อสู้เอาชีวิตรอด เธอปราบเถาวัลย์เส้นนั้นได้โดยบังเอิญ ทั้งยังปลุกพลังพิเศษธาตุไม้ขึ้นมา นับว่าเคราะห์ร้ายกลับกลายเป็นดี
แต่ตอนแรกพลังพิเศษนั้นอ่อนด้อยมาก ทำได้แค่ทำให้เมล็ดงอกและออกดอก เธอจึงแทบไม่ใช้พลังธาตุไม้ คนอื่น ๆ ก็คิดว่าเธอมีเพียงพลังมิติเท่านั้น
ช่วงนี้เธอค่อย ๆ หลอมรวมกับเถาวัลย์น้อย จนเพิ่งใช้มันเป็นแส้ได้ ยังไม่ทันได้นำไปทดลองกับซอมบี้ ก็เอามาใช้กับน้องสาวเสียแล้ว ดูท่าจะได้ผลไม่น้อย...
แสงสีขาววาบขึ้นครั้งหนึ่ง สติของหลี่หว่านชิงจมดิ่งสู่ความมืดมิด พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง เธอก็ลอยอยู่ข้างเด็กหญิงตัวน้อยคนหนึ่ง
เด็กหญิงเป็นคนปัญญาอ่อน กำลังถูกเด็กกลุ่มหนึ่งรุมล้อมอยู่ริมแม่น้ำ
เด็กอ้วนคนหนึ่งชี้หน้าเธอพลางหัวเราะ “ยัยเด็กโง่ ไม่มีใครรักแกหรอก เป็นตัวถ่วงครอบครัว ต่อให้เอาไปขายก็ไม่มีใครเอา...”
พอพูดจบ เด็ก ๆ รอบข้างก็พากันหัวเราะลั่น “ยัยเด็กโง่! ไม่มีใครเอา! ไม่มีใครต้องการ ฮ่า ๆ...”
เด็กหญิงมองเด็ก ๆ ที่กำลังหัวเราะอย่างหวาดกลัว รีบอธิบายว่า “มีคนต้องการชิงชิง... ท่านแม่ต้องการชิงชิง...”
พูดจบก็ร้องไห้โฮออกมา
จากนั้นก็ตะโกนเรียกด้วยความกลัว “ท่านแม่... ท่านแม่... ชิงชิงกลัว”
พลางถอยหลังด้วยความหวาดผวา
หลี่หว่านชิงร้องเตือนอย่างร้อนใจ “อย่าถอยแล้ว! เดี๋ยวตกแม่น้ำ!” พลางพยายามดันเด็กหญิงไว้จากด้านหลัง แต่ร่างของเธอกลับทะลุผ่านตัวเด็กหญิงไปตรง ๆ
เด็กอ้วนขยับเข้ามาใกล้ไม่หยุด “ยัยเด็กโง่ ร้องไห้ไปก็ไม่มีประโยชน์ แม่แกไม่ต้องการแกแล้ว แกมันตัวถ่วงที่ไม่มีใครเอา”
เด็กหญิงใจหายวาบ รีบถอยหลังอย่างลนลาน เท้าลื่น ร่างเอียงแล้วหงายหลังตกลงไปทันที
“ตูม!”
น้ำในแม่น้ำที่เย็นเฉียบโอบรัดร่างบอบบางของเธอไว้ในทันที น้ำไหลเข้าคอ เธอตะกุยผิวน้ำด้วยสองมืออย่างสะเปะสะปะ เสียงร้องเรียกที่แผ่วเบาขาดห้วงเป็นระยะ “ท่านแม่... ท่านแม่...”
เด็กอ้วนที่เมื่อครู่ยังวางท่าข่มขู่พลันแข็งทื่อ สีหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาด
เด็ก ๆ ที่ยืนมุงดูอยู่ข้าง ๆ ต่างตกใจจนยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าใครเป็นคนกรีดร้องขึ้นมาว่า “ช่วยด้วย! ยัยเด็กโง่ตกน้ำแล้ว...”
หลี่หว่านชิงกระโดดตามลงไปในแม่น้ำ หวังจะคว้ามือเด็กหญิง ทันทีที่สัมผัสกัน แรงดูดมหาศาลก็ฉุดเธอเข้าไปโดยตรง แล้วสติของเธอก็ดับวูบไปอีกครั้ง
