“ข้าไม่เคยมองคนผิดจริง ๆ” จุนหมิงเผยรอยยิ้มหายาก ก่อนโบกมือประคองร่างหนิงเฉินขึ้นมา
เขากวาดตามองหนิงเฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาเผยความชื่นชมและความประหลาดใจออกมาโดยไม่รู้ตัว
“แต่วิชานี้ไม่ใช่สิ่งที่ข้าคิดค้นขึ้น จะบอกว่าข้าถ่ายทอดให้เจ้า ก็ไม่ถูกนัก พูดให้ถูกคือมันเลือกเจ้าเอง ข้าเป็นอาจารย์ให้เจ้าไม่ได้”
หนิงเฉินสูญเสียขาใหญ่ไปหนึ่งคน
จุนหมิงมองความคิดในใจของหนิงเฉินออก แต่ไม่ได้เปิดโปง
เขาโบกมือครั้งหนึ่ง ตราสัญลักษณ์เปล่งแสงเรือง ๆ พลันลอยออกมา
ด้านหนึ่งของตราสลักอักษรโบราณคำว่า “ยมโลก” ส่วนอีกด้านประทับอักขระลึกลับเอาไว้
“นี่คือตราผู้แทนยมโลก เป็นสัญลักษณ์แสดงฐานะผู้ส่งสารแห่งยมโลก นับจากวันนี้ เจ้ามีหน้าที่เดินทางในแดนวิญญาณในนามของยมโลก”
“ข้าเนี่ยนะ? เป็นตัวแทนแดนยมโลก?” หนิงเฉินชะงัก “ท่านจุนหมิงแน่ใจหรือว่าไม่ได้เข้าใจอะไรผิด?”
ฟังดูเป็นตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ก็จริง แต่หนิงเฉินรู้ตัวดีว่าตนเองเป็นใคร
ผู้เล่นเลเวล 10 กระจอก ๆ ที่เพิ่งฝึกวิชาและเพิ่งเปลี่ยนอาชีพ จะกล้าเป็นตัวแทนแดนยมโลกออกท่องยุทธภพได้อย่างไร?
ตำแหน่งนี้ใหญ่เกินไป หนิงเฉินรับไว้ไม่ไหว
ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่รู้เลยว่าแดนยมโลกมีสถานะเช่นไรในแดนวิญญาณ และมีศัตรูอยู่หรือไม่
เขากลัวว่าถึงตอนนั้นจะตายโดยไม่รู้สาเหตุด้วยซ้ำ
“ข้าบอกว่าเจ้าได้ ก็แปลว่าได้” จุนหมิงกล่าวอย่างไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง
หนิงเฉินเก็บตราผู้แทนยมโลกด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
ไม่อยากรับก็ต้องรับ ไม่มีทางเลือก
แต่พอเห็นคุณสมบัติของตราผู้แทนยมโลก ความขมขื่นบนใบหน้าหนิงเฉินก็หายวับไปทันที รอยยิ้มปรากฏขึ้นแทน
