ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตอนกลางวันหรือเปล่า หนิงเฉินรู้สึกว่าหลี่ฉางเซิงตรงหน้าไม่น่ากลัวเท่าตอนที่เจอกันครั้งแรก
หรือบางที เขาอาจเอาชนะความกลัวในใจได้แล้ว
“ออกไปจากที่นี่!” หนิงเฉินตะโกนบอกหลูเจาหยวน ก่อนลากทวนพุ่งเข้าโจมตีหลี่ฉางเซิงอีกครั้ง
หลูเจาหยวนรู้ดีว่าหากอยู่ต่อก็มีแต่จะถ่วงหนิงเฉิน นางจึงกลืนยาฟื้นฟูลงไปหนึ่งขวดอย่างเด็ดขาด แล้วฝืนพยุงตัวลุกขึ้นจากพื้น ก่อนเดินโซเซหนีไป
หลี่ฉางเซิงไม่ได้ขัดขวาง ในสายตาของเขา ดินแดนเนรเทศทั้งหมดกำลังจะล่มสลาย ไม่มีใครหนีรอดไปได้
ตอนนี้แค่จัดการไอ้หนุ่มตรงหน้าให้ได้ก่อนก็พอ
“ฮ่า ๆ ๆ น่าสนุกจริง ๆ” หลี่ฉางเซิงเอียงคอ มุมปากแสยะยิ้มอย่างประหลาด
“หลี่ฉางเซิง พ่อแกยังรอแกกลับบ้านอยู่นะ!”
หนิงเฉินตะโกนพลางกวัดแกว่งทวน ฟาดใส่อีกฝ่ายเต็มแรง พยายามปลุกหลี่ฉางเซิงที่ถูกพลังมารครอบงำให้ได้สติ
ทว่าหลี่ฉางเซิงกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ เขาไม่ใช่ลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้านคนเก่าอีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นสัตว์มารที่ถูกพลังมารกัดกินจนหมดสิ้น ในดวงตาเหลือเพียงจิตสังหาร
หลี่ฉางเซิงคว้าทวนที่หนิงเฉินฟาดมาอย่างแรงด้วยกรงเล็บผี ไม่ว่าหนิงเฉินจะออกแรงแค่ไหนก็ไม่อาจดึงกลับได้
ใบหน้าผีสีซีดเผยรอยยิ้มน่าสะพรึง
“เล่นพอแล้ว ถึงเวลาตายของแก”
เสียงคำรามของผีอันเย็นยะเยือกดังขึ้น ไอสีดำแผ่กระจายไปทั่วบริเวณ หนาวเหน็บจนขนลุก
หนิงเฉินเตรียมพร้อมรับมือกับศัตรูเต็มที่ แต่ในวินาทีถัดมาก็รู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงที่หน้าอก
หลี่ฉางเซิงไม่รู้ไปปรากฏตัวด้านหลังเขาตั้งแต่เมื่อไร ก่อนแทงทะลุหัวใจ สังหารเขาในพริบตา
