ไม่รู้ว่าเดินมาไกลเพียงใด หมอกเบื้องหน้าก็ค่อย ๆ สลายไป เผยให้เห็นสระน้ำแห่งหนึ่งตรงหน้าหนิงเฉิน
ผิวน้ำสงบนิ่งไร้ระลอก ราวกับกระจกบานหนึ่ง คล้ายสะท้อนให้เห็นทั้งอดีตชาติและปัจจุบัน
“ไปเถอะ! ขอแค่อดทนอยู่ในสระให้ครบ 7 วันก็พอ”
หนิงเฉินมองสระวัฏสงสารตรงหน้า ต้องแช่อยู่ในนี้ตั้ง 7 วัน แล้วยังจะมีชีวิตรอดได้อีกเหรอ??
“แช่ 7 วัน ตัวจะบวมขนาดไหนกัน... ฉันยังจะรอดไหม?”
“ลองดูก็รู้เอง”
มุมปากหนิงเฉินกระตุก แต่พอนึกถึงโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วยเรื่องมหัศจรรย์ ไม่แน่ว่ามันอาจไม่เหมือนโลกความจริงก็ได้
เขายื่นมือออกไป ลองแตะผิวน้ำอย่างระมัดระวัง
ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสผิวน้ำ หนิงเฉินก็รู้สึกถึงพลังไร้รูปร่างสายหนึ่ง โหมซัดเข้ามาราวกับคลื่นยักษ์
หึ่ง!!
หนิงเฉินรู้สึกสมองว่างเปล่าในทันที วิญญาณราวกับถูกฉีกกระชาก ความเจ็บปวดรุนแรงแล่นเข้ามา
ความเจ็บนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าความทรมานจากคำสาปโลหิตไล่วิญญาณที่ฉีกกระชากวิญญาณก่อนหน้านี้เลย
เขาชักนิ้วกลับตามสัญชาตญาณ ใบหน้าซีดเผือด ยังขวัญเสียไม่หาย
“แค่แตะเบา ๆ ยังเจ็บขนาดนี้! ถ้าเอาตัวลงไปทั้งร่างจะเป็นยังไงเนี่ย!?” หนิงเฉินแยกเขี้ยว
เขาไม่กลัวตาย แต่กลัวเจ็บ
แต่โลกบ้าบอนี่กลับดูเหมือนหาเจอว่าจุดอ่อนของเขาอยู่ตรงไหน แล้วคอยทรมานเขาทุกครั้ง
“ตอนนี้ยังเปลี่ยนใจทัน”
เสียงของจุนหมิงดังขึ้นจากความว่างเปล่า
“วิชาควบคุมผีไร้เทียมทานของเทียนซาก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย มรดกของฮูหยินเมิ่งก็มีจุดเด่นเป็นของตัวเอง ส่วนวิชาคำสาปผีของหุนซางก็ไร้ผู้เทียบเทียมในใต้หล้า
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ก็เพียงพอให้เจ้าไปสร้างชื่อในแดนวิญญาณได้”
จริงด้วย ทางเลือกเหล่านั้นวางอยู่ตรงหน้าให้เลือกได้ตามใจ แล้วจะหาเรื่องทรมานตัวเองไปทำไม?
