“พี่สะใภ้ เรื่องนี้...”
เมิ่งอวี้อ้าปากค้าง ไม่รู้จะพูดอะไรดี
ต่อให้ยืมความกล้าสักสิบเท่า เขาก็ไม่กล้าถ่ายทอดคำพูดของซ่งหยวน
ถ้าบอกพี่เฟิงว่าซ่งหยวนต้องการหย่ากับเขา
เรื่องจะหย่าหรือไม่เขาไม่รู้ แต่โดนพี่เฟิงซ้อมสักยกคงไม่รอดแน่
“พี่สะใภ้ อย่าพูดเพราะโมโหเลยครับ ในใจพี่เฟิงยังมีพี่อยู่นะ...”
“เมิ่งอวี้ ถ้าจะพูดเรื่องพวกนี้ ก็ให้เฟิงซิ่วเหยียนมาพูดกับฉันเอง ไม่ใช่ให้เพื่อนสนิทอย่างนายมาพูดแทน พวกนายลืมไปแล้วหรือไงว่าฉันต่างหากคือภรรยาของเฟิงซิ่วเหยียน”
“...”
เมิ่งอวี้นั่งต่อไม่ไหวอีกแล้ว จึงลุกขึ้นยืน
“ผมช่วยจัดการเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้นะครับ”
“นายกลับไปเถอะ”
ซ่งหยวนนอนลง พลิกตัวหันหลังให้ ไม่อยากแม้แต่จะมองเมิ่งอวี้ ก่อนจะเอ่ยปากไล่ตรง ๆ
แค่ยังออกจากโรงพยาบาลไม่ได้ก็ทำให้เธอหงุดหงิดมากพออยู่แล้ว ตอนนี้เมิ่งอวี้ยังมาทำให้อารมณ์เสียเข้าไปอีก
เมิ่งอวี้ไปก็ไม่ได้ อยู่ต่อก็ไม่ดี
ท้ายที่สุดเฟิงซิ่วเหยียนก็โทรมา “เมิ่งอวี้ พาซ่งหยวนมาที่บ้านเก่าหน่อย”
เมิ่งอวี้คิดในใจว่าแย่แล้ว เขาไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากนี้อีก
“พี่เฟิง ผมมีธุระ ให้พี่โทรหาพี่สะใภ้เองเถอะครับ เธอยังโกรธพี่อยู่”
พูดจบก็วางสาย แล้วรีบวิ่งออกไป
ในห้องพักฟื้นเหลือเพียงซ่งหยวนคนเดียว
โทรศัพท์ของเธอดังขึ้น
เฟิงซิ่วเหยียนเป็นคนโทรมา
พอรับสาย เสียงของเขาก็เย็นชาเหมือนน้ำแข็งก้นทะเลสาบ
“มาที่บ้านเก่าหน่อย”
พูดจบเขาก็วางสายทันที โดยไม่รอให้ซ่งหยวนได้พูดอะไร
ซ่งหยวนถือโทรศัพท์ไว้ พลางหัวเราะเยาะตัวเองเบา ๆ
เธอปิดเครื่องแล้วพลิกตัวนอน
ยายเฟิงพักอยู่ที่บ้านเก่ามาตลอด เมื่อก่อนซ่งหยวนมักหลบหน้า หากเลี่ยงไม่ต้องพบกันได้ก็จะเลี่ยง
