เฉินหลิงพยักหน้าเบา ๆ
“ภาพเกอร์นิกา เป็นภาพวาดแนวต่อต้านสงครามที่จิตรกรผู้โด่งดังระดับตำนานในศตวรรษที่ 20 ก่อนมหาวิบัติสร้างขึ้น โดยใช้ภัยพิบัติจากลัทธิฟาสซิสต์เป็นแรงบันดาลใจ” แปดดอกจิกพูดขึ้นช้า ๆ
“ในภาพนี้ เมืองถูกศัตรูจากภายนอกรุกราน ชาวบ้านไร้เดียงสาถูกสังหารหมู่อย่างบ้าคลั่ง……ทุกสิ่งที่นายเห็นมาตลอดทาง ไม่ว่าจะคน วัว หรือม้า ล้วนเป็นผู้เคราะห์ร้ายในหายนะครั้งนี้ทั้งหมด”
เฉินหลิงถึงบางอ้อ
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมสิ่งยักษ์เหล่านั้นถึงดูเหมือนกำลังถูกอะไรบางอย่างไล่ล่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความสยดสยองและสิ้นหวัง เฉินหลิงเคยคิดว่าในภาพนี้อาจมีสิ่งมีชีวิตสยองขวัญบางอย่างซ่อนอยู่ แต่ตอนนี้ดูเหมือน “ปีศาจ” ที่ไล่ล่าพวกมัน ก็คือ “สงคราม” ที่มองไม่เห็นตัวตนนี่เอง
“ภาพวาดนี้เป็นของหลี่เหลียงเหริน หรือก็คือประธานที่สาม ที่นำออกมาจากสุสานโบราณชิงเต่า ภายในภาพสร้างมิติอิสระขึ้นมาเอง แถมอารมณ์ความรู้สึกของเหล่าผู้เคราะห์ร้ายในภาพจะแผ่ออกมาภายนอกในลักษณะคล้ายรังสี ทำให้ผู้ที่อยู่ในนี้รู้สึกร่วมไปกับมัน
นายเพิ่งเข้ามาได้แค่นี้ สถานการณ์จึงยังไม่ร้ายแรง……แต่ถ้าอยู่ที่นี่นาน ๆ แม้จะพยายามอยู่ห่าง ๆ จากพวกมันก็ไม่มีประโยชน์ รัศมีอิทธิพลของพวกมันครอบคลุมทั้งภาพ ไม่ว่าจะหนีไปไกลแค่ไหนก็ยังได้รับผลกระทบเล็กน้อย และเมื่อเวลาผ่านไป ผลกระทบนี้จะสะสมในร่างกาย จนทำลายจิตใจของนายจนหมดสิ้น”
