หลังยอดของร่วนเวยเริ่มดีขึ้น เวลาหลังเลิกงานของเธอกลับยุ่งกว่าตอนทำงานเสียอีก ตอนทำงานแค่ตั้งใจทำเรื่องเดียว แต่พอเลิกงานกลับต้องจัดการหลายอย่างพร้อมกัน
แทบอยากจะหั่นเวลาแบ่งเป็นสองส่วนให้ใช้
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังหาเวลาเล่นเกมได้
เล่นเกมทีเอ็มไอกับพี่ปลาหมึกยักษ์และพี่ซู
“วันนี้พวกพี่มาโผล่พร้อมกันได้ยังไงเนี่ย” ร่วนเวยบังคับเอาอิ่งยืนเลน “หรือว่าทุกวันแอบซ่อนอยู่ข้างนอกดูหนูไลฟ์อยู่คะ?”
ซู: “เอ๋ บางทีก็เป็นแบบนั้นนะ แต่วันนี้พี่ปลาหมึกยักษ์เป็นคนบอกพี่”
ร่วนเวยรู้สึกแปลกใจ “พี่ปลาหมึกยักษ์ไม่ต้องทำงานเหรอคะ?”
ปลาหมึกยักษ์: “ก็เห็นชัด ๆ อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ฉันกำลังอู้งานไง ถ้าทำงานแล้วไม่แอบขี้เกียจ จะเรียกว่าทำงานได้ยังไง”
น้ำเสียงฟังดูเป็นเรื่องปกติธรรมดา ราวกับคนฟังไม่ควรแปลกใจเลยสักนิด
ซู: “นั่นสิ ฉันก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน”
ปลาหมึกยักษ์: “นายก็ทำงานเหรอ?”
ซู: “เปล่านะ ตอนเรียนฉันก็อู้แบบนี้เหมือนกัน”
ปลาหมึกยักษ์: “……”
ร่วนเวย: “อืม……ก็อาจเรียกได้ว่าเป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งนะคะ”
ทั้งสามคนเรียกได้ว่าเป็นสหายที่เข้าใจกันอย่างลึกซึ้งจริง ๆ
ถ้าพี่ซูเป็นคนที่พี่ปลาหมึกยักษ์เรียกมา แล้วพี่สือจีมาได้ยังไงนะ
เธอจึงไปถามพี่สือจี
[พระแม่สื่อจี: จริง ๆ พี่อยู่ตรงนี้ตลอดนะ แค่ใช้บัญชีปลอมดูอยู่]
ร่วนเวยเข้าใจแล้ว เมื่อวานเธอใช้เงินไปเยอะขนาดนั้น ถ้าเข้ามาด้วยบัญชีหลักคงหนีไม่พ้นโดนพิธีกรเรียกชื่อ ใช้บัญชีปลอมดูก็สบายใจกว่า รออยากใช้เงินเมื่อไรค่อยเปิดบัญชีหลักก็ได้
เธอเพิ่งรู้ว่าจริง ๆ แล้วพี่สือจีเป็นคนค่อนข้างเก็บตัว
[พระแม่สื่อจี: เป็นอะไรหรือเปล่า?]
[1เวย: ไม่มีอะไรค่ะ พี่สบายใจแบบไหนก็ดูแบบนั้นเลย]
[1เวย: แค่รู้ว่าพี่คอยดูหนูอยู่ก็พอแล้วค่ะ]
[1เวย: [จุ๊บ จุ๊บมือพี่สาว]]
