ร่วนเวยพบว่าแค่หยุดพักไปวันเดียว บริษัทก็เปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้แล้ว
หน้าประตูมีต้นคริสต์มาสกับแถบไฟประดับไว้ เงยหน้าขึ้นไปยังเห็นริบบิ้นหลากสีเต็มไปหมด
บนต้นคริสต์มาสยังมีกล่องของขวัญใบเล็กแขวนอยู่ด้วย จนอดสงสัยไม่ได้ว่าข้างในมีของขวัญจริงหรือเปล่า
น่ารักสุดๆ แถมยังสวยมากด้วย
เธอยังชมไม่ทันขาดคำ คนจากฝ่ายจัดฉากก็ชี้ไปที่ต้นคริสต์มาสหน้าประตูแล้วพูดว่า “ห้องไลฟ์ชั้นบนขาดต้นหนึ่ง ฝ่ายจัดซื้อบอกว่าตอนนี้สั่งซื้อไม่ทันแล้ว ยกต้นนี้ขึ้นไปใช้ก่อนเลย”
คนกลุ่มหนึ่งกรูกันเข้ามา ช่วยกันยกต้นไม้เข้าไปในลิฟต์
ลิฟต์ที่เดิมกว้างขวางพลันแน่นขนัดขึ้นมาทันที
พวกเขาคิดจะชวนร่วนเวยขึ้นไปด้วยกัน
ร่วนเวยที่กำลังรอลิฟต์ขยับหลบไปข้างหนึ่ง ส่งสัญญาณให้พวกเขาขึ้นไปก่อน
ลิฟต์คันนี้ค่อนข้างแออัด อีกอย่างโฮสต์ของบริษัทไม่ต้องตอกบัตร เธอเลยไม่รีบร้อนขึ้นไป
หลังแต่งหน้าเสร็จ เธอก็เดินตัวปลิวไปทำงานที่ห้องไลฟ์
พอผลักประตูเข้าไปก็เห็นต้นคริสต์มาสจากชั้นล่างมาตั้งอยู่ในห้องไลฟ์ของเสี่ยวหม่าน
เธอนึกว่าตัวเองตาฝาด ชี้ไปที่ต้นคริสต์มาสแล้วพูดว่า “ต้นนี้ดูเหมือนต้นที่อยู่ชั้นล่างเมื่อกี้เลยนะ”
อันอันเปิดปากกาสีดำ สายตากวาดผ่านต้นคริสต์มาส “ก็ต้นที่อยู่ชั้นล่างนั่นแหละ ห้องไลฟ์เราควรมีต้นหนึ่งอยู่แล้วนี่”
เขาบ่นอย่างไม่ค่อยพอใจ “พวกเขาลืมห้องไลฟ์เราไปได้ยังไงกัน ฉันแค่พูดว่าจะร้องเรียน หัวหน้าอวยหน่อยก็สั่งให้ยกขึ้นมาแล้ว”
ร่วนเวย “...อ้อ”
ที่แท้ก็เป็นต้นนั้นจริงๆ
เธอเดินเข้าไปแกะกล่องของขวัญใบหนึ่งดูว่าข้างในมีอะไรไหม ปรากฏว่ามีริบบิ้นเส้นเล็กๆ อยู่จริงๆ บนนั้นเขียนว่า ขอให้มีความสุขทุกวัน
เธอเหมือนค้นพบทวีปใหม่ ถ่ายรูปริบบิ้นเส้นนั้นแล้วส่งลงกลุ่มแชตโฮสต์เสี่ยวหม่าน
ทำเอาคนอื่นพอมาถึงก็ตรงไปแกะกล่องของขวัญเล็กๆ ที่แขวนบนต้นคริสต์มาสเป็นอย่างแรก
สุดท้ายอันอันต้องพูดว่า “ถ้าทึ้งกันต่อ ต้นไม้ได้หัวล้านพอดี”
ทุกคนถึงยอมหยุดมือ
จงจงกับอันอันกำลังตรวจเช็กของก่อนเริ่มไลฟ์ ส่วนพวกโฮสต์นั่งคุยเล่นรออยู่ในโซนพัก
