ถ้าถามว่าร่วนเวยกลัวอะไรที่สุดตอนเล่นเกม ก็คงเป็นพวกเล่นสายบนหรือป่าที่ซื่อบื้อสุด ๆ และบังเอิญ จงจงเป็นทั้งสองอย่างนั้นเลย
เลิกงานเร็วขนาดนั้นแล้ว แต่พวกเขาก็ยังอดนอนเล่นเกมกัน จนพอตื่นเช้ามา เธอยังมึนงงไปหมด เมื่อคืนฝันเห็นแต่การเล่นแบบปัญญาอ่อนของจงจง
เล่นแรงก์กับเขาแมตช์เดียวเหนื่อยกว่าเล่นแมตช์ระดับสูงสิบแมตช์ซะอีก
ตอนแรกก็เล่นทีม 5 คนกัน พอเล่นไปเรื่อย ๆ คนอื่นพากันไปนอนหมดแล้ว จงจงยังตื๊อร่วนเวยเล่นต่อ
เล่นถึงตีสามยังรู้สึกว่ายังไม่หนำใจ
สงสารร่วนเวยที่เช้าตรู่ต้องมาแต่งหน้าให้ตัวเองทั้งที่ตาคล้ำเป็นหมีแพนด้า
ง่วงจนแทบหมดสติ สไตลิสต์ยังโทรมาตามสองสาย ย้ำว่าวันนี้ให้มาทำผม อย่ามาสาย
ตอนนั่งลงบนเก้าอี้ในห้องแต่งตัวของบริษัท ขาเธอยังสั่นเลย
เหวินเจีย สไตลิสต์แต่งหน้า มือดึงปอยผมของเธอถักเปีย เห็นท่าทางไร้เรี่ยวแรงก็ถามว่า “เมื่อคืนพักผ่อนไม่ดีเหรอ?”
“นอนดึกน่ะค่ะ แถมวันนี้ยังต้องแข่งวันนิอีก...” ใบหน้าร่วนเวยหม่นหมองราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง
ความรู้สึกนอนไม่พอแบบนี้มันแย่มาก เธอมีความต้องการการนอนสูงทีเดียว ต้องนอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 7 ชั่วโมง
เมื่อวานเข้านอนตอนตีสามกว่า ๆ เก้าโมงกว่า ๆ ก็ถูกสไตลิสต์ปลุกให้ตื่นแล้ว
เหวินเจียพลิกนิ้วอย่างคล่องแคล่ว “ถ้าฉันไม่จัดการให้ตอนนี้ อีกแป๊บเดียวก็จะไม่มีเวลาทำลุคให้เธอแล้ว”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ แค่รู้สึกง่วงนิดหน่อย ยังไหวนะคะ” ร่วนเวยทาลิปกลอสซ้ำ ๆ แล้วเม้มริมฝีปาก “ครั้งหน้าพี่โทรมาปลุกเลยก็ได้ค่ะ”
เหวินเจียมองท่าทางฝืนสู้ของเธอแล้วยิ้ม “งั้นวันนี้สู้ ๆ นะ ถ้าวันไหนเธอแข่งรายเดือนของกิลด์ได้สามอันดับแรก เธอก็จะขอให้ฉันไปเป็นสไตลิสต์ส่วนตัวของเธอได้เลย ถึงตอนนั้นฉันไม่เร่งเธอแน่ เธออยากแต่งหน้าเมื่อไหร่ก็โทรมาหาฉัน ฉันบริการให้เธอคนเดียว”
ร่วนเวยทำหน้าจริงจัง “ได้เลยค่ะพี่! หนูจะพยายาม!”
คนหนึ่งกล้าพูด คนหนึ่งก็กล้าฝันตาม
สองคนข้างโต๊ะแต่งหน้าที่อยู่ใกล้ ๆ ได้ยินบทสนทนาของพวกเธอก็แอบขำ
เหวินเจียใช้กิ๊บติดมวยผมของเธอให้แน่น แล้วพูดว่า “ฉันเชื่อมั่นในตัวเธอ”
